วันนี้ (25 พ.ค. 69) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ์ในวันนี้ว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยดูแลเศรษฐกิจและกลุ่มแรงงาน ท่ามกลางภาวะต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยรัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยพยุงสถานการณ์การจ้างงานในปีนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวยังมุ่งลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ผ่านการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ รองรับแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป
นายดนุชากล่าวว่า การกระตุ้นการใช้จ่ายจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการขนาดเล็ก ทำให้สามารถรักษาระดับการจ้างงานไว้ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
นอกจากนี้ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ยังได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในโครงการ ผ่านฟังก์ชั่น “นกกระซิบ” เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดย AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขาย แจ้งเตือนว่าสินค้าประเภทใดขายดีในช่วงเวลาใด รวมถึงช่วยคำนวณต้นทุนและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่าย ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการขาย ควบคุมต้นทุน และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ได้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังมีแนวคิดจัดอบรมให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถใช้งาน AI ได้จริง เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และสร้างโอกาสทางการค้าในระยะยาว
