“คลัง” เล็งขึ้นภาษี VAT เต็มแมค 10% ปี 73

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

20 พฤศจิกายน 2568

“คลัง” เล็งขึ้นภาษี VAT เต็มแมค 10% ปี 73

วันนี้ (20 พ.ย. 68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ในแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium Fiscal Framework: MTFF) ปี 2569-2573 ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ได้มีการระบุถึงแผนการเพิ่มศักยภาพการคลัง เพื่อสร้างความยั่งยืน โดยหนึ่งในนั้น เป็นการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่สัดส่วน 7%

สำหรับแผนความยั่งยืนทางการคลัง การปรับขึ้น VAT ถูกกำหนดไว้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในปี 2571 จะปรับขึ้น VAT เป็น 8.5% โดยมีเงื่อนไขว่าช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจไทยจะต้องกลับมาโตเต็มศักยภาพแล้ว  ทั้งนี้ อัตรา VAT สูงสุดในปัจจุบันคือ 10% ในปี 2573

อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจไทยยังไม่กลับมาเติบโตตามศักยภาพพอที่จะปรับขึ้น VAT เราได้เตรียมแผนอื่นๆ ชดเชย เช่น การเพิ่มรายได้ประเภทอื่นๆ รอการลดรายจ่ายภาครัฐ โดยส่วนนี้ระบุชัดเจนในแผนการคลังระยะปานกลาง

“การปรับขึ้นภาษี VAT ประเทศไทยยังไม่พร้อม สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงยังไม่มีแผนการขึ้น VAT ในปีนี้และปีหน้า และหากเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวเพียงพอในปี 2571 รัฐบาลก็ได้เตรียมแผนสำรองไว้ใน MTFF เช่น การเพิ่มรายได้ประเภทอื่น หรือการลดรายจ่าย” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ มติครม. ยังมอบหมายให้กระทรงการคลัง และสำนักงบประมาณ กลับมาจัดทำแผนการลดรายจ่าย ได้แก่ รายจ่ายซ้ำซ้อน เช่น รายจ่ายซ้ำซ้อนจากการให้สวัสดิการ ซึ่งมีหลายที่ อาจจะต้องนำมารวมศูนย์กัน เพื่อจ่ายที่เดียว

ขณะที่งบลงทุน อาจจะไปใช้ช่องทางอื่นแทนการใช้งบประมาณปกติเท่านั้น แต่จะใช้ผ่านช่องทาง ได้แก่ รัฐวิสาหกิจ โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)

นายเอกนิติ กล่าวว่า แผนการคลังระยะปานกลางฉบับใหม่นี้ มีเป้าหมายสำคัญ คือ การแสดงความมุ่งมั่นในการลดการขาดดุลการคลัง โดยปัจจุบันการขาดดุลอยู่ที่ 4.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะปรับลดลงให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572 และในแผน MTFF ประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งการปฏิรูปภาษี การลดรายจ่าย การใช้เงินกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเน้นการลงทุน และวินัยการคลัง

“การสร้างความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการคลังของประเทศยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยล่าสุด การที่บริษัทเครดิตเรทติ้ง S&P ไม่ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือไทย เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นในส่วนนี้” นายเอกนิติ ระบุ