“ไทย” ส่อสูญรายได้จากกองถ่ายหนังต่างชาติ เหตุทรัมป์รีดภาษี 100%

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

15 ตุลาคม 2568

“ไทย” ส่อสูญรายได้จากกองถ่ายหนังต่างชาติ เหตุทรัมป์รีดภาษี 100%

วันนี้ (15 ต.ค.68) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เปิดเผยว่า กองถ่ายภาพยนตร์สหรัฐฯ ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของอุตสาหกรรมถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย โดยสร้างรายได้เฉลี่ยปีละกว่า 2,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 รายได้จากกองถ่ายต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทยอยู่ที่ประมาณ 4,200 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนในปี 2567 ที่ผ่านมา ก็ลดลงเช่นกันราว 4% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของภาพยนตร์ต่างชาติขนาดใหญ่ที่มาลงทุนถ่ายทำในไทย เช่น White Lotus และ Jurassic World

ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 รายได้จากกองถ่ายภาพยนตร์จากประเทศสหรัฐฯ สูงเป็นอันดับ 1 หรือคิดเป็น 40% โดยมูลค่า 1,667 ล้านบาท รองลงมาคือ จีน 312 ล้านบาท เยอรมนี 293 ล้านบาท ฮ่องกง 273 ล้านบาท และฝรั่งเศส 268 ล้านบาท

ข้อมูลจากสำนักงานภาพยนตร์ (Thailand Film Office) ระบุว่า ใน 9 เดือนแรกปี 2568 มีภาพยนตร์ต่างชาติเข้ามาถ่ายทำในไทยรวม 395 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มี 491 เรื่อง หรือเพิ่มขึ้น 15% โดย อินเดีย เป็นประเทศที่มีการเข้ามาถ่ายทำมากที่สุด 46 เรื่อง รองลงมาคือ จีน (42 เรื่อง)เกาหลีใต้ (40 เรื่อง)ญี่ปุ่น (36 เรื่อง) และ สหรัฐฯ (33 เรื่อง)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีภาพยนตร์ที่ผลิตนอกประเทศในอัตรา 100% อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมถ่ายทำในไทยโดยตรง เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของกองถ่ายสหรัฐฯ ซึ่งการเก็บภาษีดังกล่าวอาจทำให้ค่ายหนังขนาดใหญ่ลดการมาถ่ายทำในต่างประเทศลง

ผลกระทบต่อไทยอาจสูญเสียรายได้หมุนเวียนจำนวนมากจากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ยานพาหนะเช่า และอุปกรณ์การถ่ายทำต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นรายได้สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่

ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามคือความชัดเจนของ “รายละเอียดภาษีใหม่” และ “ระยะเวลาการบังคับใช้” ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะหากมาตรการนี้เริ่มมีผลจริง ไทยจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการจูงใจใหม่ เช่น ส่วนลดภาษี หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาค