“เกษตร” อัดเงิน 6.1 หมื่นล้านพยุงราคาข้าว แก้ปัญหาราคาตกต่ำ
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
22 ตุลาคม 2568

วันนี้ (22 ต.ค. 2568) นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอนุมัติ วงเงินกว่า 61,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากช่วงเดือนพ.ย. -ธ.ค. ของทุกปี เป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดมากสุดกว่า 72% ของปริมาณข้าวทั้งหมด ซึ่งคาดผลผลิตข้าวปีนี้จะมากกว่าปีก่อน โดยอยู่ที่กว่า 29 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร
สำหรับโครงการตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69 ประกอบด้วย
1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าว โดยดำเนินการรับซื้อข้าวผ่านสหกรณ์ทั่วประเทศจำนวน 428 แห่ง ในพื้นที่ 57 จังหวัดโดยสหกรณ์ดำเนินการรวบรวมข้าวเปลือกทั้งสิ้น 4 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท มีโครงสร้างแหล่งเงินทุนของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ดังนี้สินเชื่อรวบรวมข้าว สัดส่วน 34.4% มูลค่า 13,766.90 ล้านบาท สินเชื่อชะลอข้าว สัดส่วน 19.1% มูลค่า 7,638.19 ล้านบาท และ ทุนของสหกรณ์และแหล่งอื่น ๆ สัดส่วน 46.5% มูลค่า 18,594.91 ล้านบาท
2.โครงการรวบรวมข้าวเปลือกโดยสหกรณ์
3.โครงการส่งเสริมโรงสีรับซื้อข้าวในราคานำตลาดในราคา 12,500 บาทต่อตัน สำหรับข้าวหอมมะลิ
4.ระบายข้าวเก่าของปีก่อนในฤดูกาลผล2567/68 ที่ยังค้างสต๊อกอยู่ประมาณ 65,000 ตัน เพื่อเกิดปัญหากับเงินทุนหมุนเวียนในสหกรณ์ เนื่องจากมีการหารือกับทาง ธกส. ตามที่สหกรณ์ได้ขอให้มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมการวิเคราะห์ค่าสินเชื่อ ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้อนุมัติตามข้อเรียกร้องดังกล่าวแล้วทั้งหมด
นายนเรศ กล่าวว่า จะนำเสนอแนวทางดำเนินโครงการดังกล่าว ต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ในวันที่ 27 ต.ค. นี้ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติให้สามารถดำเนินการทันในเดือนพ.ย. 2568 คาดว่าจะเห็นความชัดเจนถึงการกำหนดราคารับซื้อข้าวในฤดูกาลผลิต 2568/69 และแก้ปัญหาราคาผลผลิตข้าวตกต่ำในระยะเร่งด่วนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป