ดีเซลยังรอด! กบน.แบกต่อ ชดเชย 21.89 บาท/ลิตรเริ่ม 1 เม.ย. 69 นี้
ธรรมธรรม อีจัน
1 เมษายน 2569

วันที่ 1 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงออกประกาศ ฉบับที่ 33 พ.ศ. 2569 เรื่องการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย และอัตราเงินคืนจากกองทุน สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
สาระสำคัญของประกาศดังกล่าว เป็นการปรับโครงสร้างการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการอุดหนุนราคาน้ำมัน เพื่อให้ราคาขายปลีกในประเทศอยู่ในระดับเหมาะสม ลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก
ทั้งนี้ อัตราเงินส่งเข้ากองทุนสำหรับน้ำมันเบนซิน อยู่ที่ 6.59 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์แต่ละประเภทมีการจัดเก็บแตกต่างกัน เช่น E20 อยู่ที่ 3.31 บาทต่อลิตร และ E85 อยู่ที่ 0.10 บาทต่อลิตร
ในส่วนของน้ำมันดีเซล มีการกำหนดอัตราเงินชดเชย เพื่อพยุงราคาขายปลีก โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ได้รับเงินชดเชย 21.89 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซล B20 ได้รับเงินชดเชย 24.11 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลพรีเมียมมีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดอัตราสำหรับน้ำมันชนิดอื่น เช่น น้ำมันเตา จัดเก็บ 0.06 บาทต่อลิตร และน้ำมันก๊าด 0.10 บาทต่อลิตร โดยไม่มีการชดเชย
สำหรับน้ำมันที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ มีการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยในลักษณะเดียวกับน้ำมันที่ผลิตในประเทศ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่บิดเบือนกลไกตลาด
ประกาศฉบับนี้ ยังย้ำหลักการบริหารกองทุนให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หลีกเลี่ยงการอุดหนุนข้ามประเภทเชื้อเพลิง (Cross Subsidies) และเน้นใช้มาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ


