มาม่า ยันไม่ขึ้นราคา ชี้ต้นทุนเพิ่มแต่แบกไหว
ต้นกุมภาฯ อีจัน
24 มีนาคม 2569

จากกรณีที่ นายปฏิมา จิระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตพลังงาน ที่ส่งผลให้ราคาสินค้าหลายรายการปรับตัวสูงขึ้น โดยระบุว่าได้หารือกับผู้บริหารบริษัทสหพัฒนพิบูล และได้รับข้อมูลว่า “มาม่า” มีแนวโน้มปรับขึ้นราคา
ทั้งนี้ นายปฏิมา ชี้ว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชน เนื่องจากเป็นสินค้าราคาประหยัดและช่วยให้อิ่มท้องได้ จึงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูแลและควบคุมราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด (23 มี.ค.69) นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด และยืนยันว่า ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้า แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ วัตถุดิบหลักอย่างน้ำมันปาล์มและแป้งสาลีมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงประมาณ 1-2% เท่านั้น จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจด้านราคาในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า ปัญหาที่น่ากังวลมากกว่าต้นทุนวัตถุดิบ คือการขาดแคลนเม็ดพลาสติกสำหรับใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงในระยะต่อไป
นายพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีต “มาม่า” เคยปรับขึ้นราคาสินค้าในปี 2551 และ 2565 เนื่องจากต้นทุนแป้งสาลีและน้ำมันปาล์มปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงพร้อมกัน จนไม่สามารถแบกรับภาระได้ จึงต้องยื่นเรื่องขอปรับราคากับกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น
นอกจากนี้ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คระบุ ถึงกรณีการขึ้นราคาว่า “อะไรคือข่าวมาม่าเตรียมขึ้นราคา ทางนี้ยังไม่เห็นจะรู้เรื่อง ในสภาไปเอาที่ไหนมาพูด อันนี้ไม่ทราบได้”