ทองดีดรับความเสี่ยง! “ทรัมป์” ปลุกเทรดวอร์ ขู่รีดภาษีจีน 100%
ต้นกุมภาฯ อีจัน
16 ตุลาคม 2568

วันนี้ (16 ต.ค.68) บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยทองคำปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,200 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในวันพุธ 15 ต.ค.68) และยังคงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ และจากความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งรวมถึงสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ
ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 65.0 เหรียญ หรือ 1.57% ที่ระดับ 4,207.0 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,022.6 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 10.87 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 149.22 ตัน
ราคาทองคำพุ่งแรงกว่า 60% ตั้งแต่ต้นปี ด้วยแรงหนุนจากปัจจัยหลักหลายอย่าง เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การซื้อของธนาคารกลาง การลดพึ่งพาดอลลาร์ และการคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของเฟด
ด้านผู้เชี่ยวชาญจาก City Index ระบุว่า ทองคำยังคงเป็นขาขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้เกิดแรงซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากนักลงทุน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐฯ อยู่ในภาวะสงครามการค้ากับจีนอยู่แล้ว ก่อนการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในอีกไม่กี่สัปดาห์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อพิพาททางการค้ากับจีน ว่าได้กลายเป็น “สงครามการค้าเต็มรูปแบบ” แล้ว และเขายังกล่าวถึงมาตรการภาษีที่ขู่จะเก็บกับจีนในอัตรา 100% ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ “ถ้าเราไม่มีภาษีนำเข้า เราก็จะถูกเปิดโปงว่าไม่มีอะไรเลย”
ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ พยายามใช้การทูตเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด โดยยื่นข้อเสนอว่า สหรัฐฯ อาจ “ขยายเวลาผ่อนผัน” การขึ้นภาษีออกไปเกิน 3 เดือนจากกำหนดเดิมในเดือนพฤศจิกายน หากจีนตกลงระงับแผนควบคุมการส่งออกแร่หายากเป็นการตอบแทน