“ฉัตรชัย ” ชงบอร์ด ธ.ก.ส.  แก้หนี้เสียเกษตรกร ธ.ค.นี้  พร้อมลุยโมเดล ESG

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

24 พฤศจิกายน 2568

“ฉัตรชัย ” ชงบอร์ด ธ.ก.ส.  แก้หนี้เสียเกษตรกร ธ.ค.นี้  พร้อมลุยโมเดล ESG

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือบอร์ดธ.ก.ส. ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารไปรวบรวมหนี้เสียของเกษตรกร เพื่อดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้อีกครั้ง โดยแยกประเภทหนี้ แยกกลุ่มพืช อายุผู้กู้ รวมถึงวิธีการแก้หนี้ให้เกษตรกรด้วย เนื่องจากหนี้ของเกษตรกร มีความซับซ้อนมาก แต่ละประเภทไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องมีวิธีการแก้ปัญหาเป็นการเฉพาะ โดยจะนำรายละเอียดมานำเสนอให้บอร์ดธ.ก.ส. ในเดือนธ.ค. นี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

“เบื้องต้นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การแก้หนี้เสียของเกษตรกรไม่สามารถโอนหนี้ไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) จำหน่ายได้ เพราะส่วนใหญ่หลักประกันของเกษตรกร คือที่ดินทำกิน เครื่องมือทำมาหากิน ราว 28 หลักประกัน หากโอนจำหน่ายแล้ว เกษตรกรจะทำอย่างไร ดังนั้นการแก้หนี้ช่วยเกษตรกร จะใช้กลไกการตั้งเอเอ็มซีภายในธ.ก.ส.มาบริหารจัดการ แม้จะซับซ้อนยุ่งยาก แต่ธ.ก.ส. ก็ต้องทำ เพื่อให้เกษตรกรไทยอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง”

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ธ.ก.ส. ได้เปิดตัวโครงการข้าวลดโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าว ภายใต้โครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการสร้างความยั่งยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด ESG และมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ในปี 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ปี 2065 ตามนโยบายรัฐบาล

โดย ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับเกษตรกร เริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าวสู่ชั้นบรรยากาศที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน การลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรลูกค้า โดยส่งเสริมให้เกษตรกรต่อยอดผลผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีคุณภาพและบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย เช่นเดียวกับ ข้าวพร้อมทานแบรนด์อุ่นอิ่ม ที่ ธ.ก.ส. ส่งเสริมและพัฒนา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองความต้องการตลาดในปัจจุบัน อันนำไปสู่การเสริมสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการนำร่องและการลดก๊าซเรือนกระจก ธ.ก.ส. ได้นำร่องส่งเสริมชาวบ้านที่จังหวัดอุดรธานี จำนวน 141 ครอบครัว ในพื้นที่ 1,100 ไร่ ในการทดลองใช้ เทคนิคการปลูกข้าวแบบใหม่ คือ การปลูก แห้ง สลับ เปียก หรือเปียก สลับ แห้ง

นายฉัตรชัย กล่าวว่า เทคนิคนี้มีเป้าหมายเพื่อลด น้ำ ขัง ในนาข้าว ซึ่งเป็นการลดการเกิด ก๊าซ มีเทน และเป็นการให้องค์ ความ รู้ แก่เกษตรกร เนื่องจากปกติเวลาปลูกข้าว เกษตรกรจะปล่อยน้ำเข้านาแล้วปลูกเลย ซึ่งยังขาดองค์ความรู้ในเรื่องนี้

“การดำเนินการนี้เป็นการส่งเสริมเรื่อง ESG เนื่องจากในอนาคต ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจะต้อง เป็น มิตร กับสิ่งแวดล้อมและต้องสามารถสืบ ย้อนได้ว่า วิธีการปลูกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งเป็นการเตรียมตัวปรับเกษตรกรให้เข้ากับเกษตร การ ค้าใหม่ของโลก” นายฉัตรชัย ระบุ

ทั้งนี้โครงการนี้เป็นแปลงสาธิตที่ขายได้ จริงโดย ธ.ก.ส. ได้ซื้อข้าวทั้งหมด และนำมาทำเป็นข้าว ฮัก(มาจาก รัก โลก) ซึ่งสามารถทำตลาดในเชิงพาณิชย์ โดย ธ.ก.ส. ได้ซื้อข้าวเปลือกจากโครงการนำร่องนี้ในราคาที่สูงกว่าราคาท้องตลาดที่ตันละ  500 บาทเนื่องจากข้าวนี้มีคุณสมบัติลดโลกร้อน