วันนี้ (12 พ.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1,667.68 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการแก่ผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 อย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เสนอ
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำหรับกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ใช้จ่ายงบกลางปี 2569 จำนวน 1,667.68 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการ แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565
โดยเบิกจ่ายในงบรายจ่ายอื่น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีการจัดสรรสวัสดิการแก่ผู้มีสิทธิฯ ตามโครงการฯ ปี 2565 จำนวน 13.33 ล้านคน ตั้งแต่เดือนต.ค. 2568 เป็นต้นมา
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในส่วนของผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กองทุนฯ มีการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับการจัดสรรสวัสดิการในปีงบประมาณ 2569 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 55,050 ล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดประชารัฐสวัสดิการที่เป็นความช่วยเหลือในการดำรงชีพแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2565 จำนวน 32,884 ล้านบาท
รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 ในเดือนพ.ย. – ธ.ค. 2568 จำนวน 22,166 ล้านบาท
แต่สถานะล่าสุด ณ วันที่ 30 เม.ย. 2569 บัญชี “กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม 1” ซึ่งเป็นบัญชีเพื่อใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการดังกล่าว มีสถานะคงเหลือ 4,500 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดประชารัฐสวัสดิการที่เป็นความช่วยเหลือในการดำรงชีพแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2565 และเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายสำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่กลุ่มเปราะบาง
ทั้งนี้คาดว่ากองทุนฯ จะสามารถจัดสรรสวัสดิการดังกล่าวได้เพียงพอจนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นี้เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการฯ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบการขอรับจัดสรรงบกลางฯ จำนวนทั้งสิ้น 20,467 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการแก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง ในเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2569โดยมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ ขอรับการจัดสรรต่อสำนักงบประมาณ โดยสำนักงบประมาณ แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สามารถใช้จ่ายงบกลางฯ จำนวน 1,667 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสรรสวัสดิการให้แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการต่อไป
