“คลัง” เล็งเปิดใช้แอป “ฟาสต์แทร็ก” รีดภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร จ่อดีเดย์ 11 พ.ค. 69
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
1 ชั่วโมงก่อนหน้า

วันนี้ (5 พ.ค. 69) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังพัฒนาประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บภาษีทั้งฝั่งราชการและผู้ชำระภาษี ล่าสุดได้นำเทคโนโลยีมาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตไวน์ ด้วยการจัดทำแอปพลิเคชั่นฟาสต์แทร็ก (Fast Track) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้นำเข้าไวน์จากต่างประเทศ เกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร ซึ่งไม่ต้องขอใบอนุญาตการนำเข้า แต่ต้องชำระภาษี หากเกิน 10 ลิตร จะต้องขอใบอนุญาตนำเข้าและชำระภาษีอย่างเป็นทางการเพื่อนำไปจำหน่ายต่อไป

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้สามารถนำเข้าไวน์ผ่านสนามบินได้ไม่เกิน 1 ลิตรต่อคน ไม่ต้องเสียภาษี ส่วนผู้โดยสารที่ต้องการนำเข้าไวน์มากกว่า 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร จะต้องสำแดงสินค้าและเสียภาษีสรรพสามิต ณ สนามบินด้วยระบบกระดาษ ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษีและเกิดความโปร่งใส่จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นฟาสต์แทร็กขึ้นมา โดยจะเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2569 นี้เป็นต้นไป ผู้เสียภาษีสามารถชำระภาษีสรรพสามิตไวน์ผ่านแอปฯ ได้ทันที เพียงกรอกข้อมูลปีที่ผลิตไวน์ และราคาไวน์ ระบบจะตรวจสอบและคำนวณภาษีผ่านหน้าจอ สามารถสแกนจ่าย ณ สนามบิน ได้ทันที เนื่องจากปัจจุบันได้มีการรวบรวมข้อมูลไวน์ราว 100,000 รายการ ทั้งข้อมูลปีและราคาไว้หมดแล้ว เนื่องจากไวน์แต่ละปีมีราคาที่แตกต่างกัน ดังนั้นการใช้ระบบจะช่วยลดการใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ ระบบจะคำนวณภาษีได้แม่นยำ ตรวจสอบได้
“ปัจจุบัน 1 คน นำเข้าไวน์ได้ไม่เกิน 1 ลิตร โดยไม่เสียภาษี แต่หากต้องการนำเข้าเกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร ต้องชำระภาษี ณ สนามบิน โดยกรมสรรพสามิต จะนำร่องนำระบบแอปพลิเคชั่นฟาสต์แทร็ก มาใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองก่อน หลังจากนั้นจะขยายไปยังสนามบินระหว่างประเทศทุกแห่งในประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกคนที่เดินทางเข้าประเทศไทย ที่ต้องการนำเข้าไวน์มากกว่า 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร ระบบจะคำนวณให้จ่ายภาษีได้ผ่านระบบออนไลน์ สะดวก โปร่งใส ตรวจสอบได้” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตไวน์ จัดเก็บในอัตรา 5% เมื่อรวมกับภาษีมหาดไทยและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รวมเบ็ดเสร็จราว 15-17% ทำให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้จากไวน์ราว 8,000-9,000 ล้านบาทต่อปี แต่เชื่อว่า หลังจากมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้แล้ว เชื่อว่าการจัดเก็บรายได้ภาษีไวน์ จะเพิ่มขึ้นเกิน 10,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน
นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวเสริมว่า ตามระเบียบปัจจุบัน ผู้โดยสารขาเข้าสามารถนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดตัวเข้ามาแบบปลอดภาษีได้ 1 ลิตร แต่หากต้องการนำเข้ามาเพื่อบริโภคเองมากกว่านั้น สามารถนำเข้าได้สูงสุดไม่เกิน 10 ลิตร โดยต้องเสียภาษีในส่วนที่เกิน 1 ลิตร ไม่ต้องขอใบอนุญาตจำหน่ายแต่อย่างใด แต่หากเกิน 10 ลิตร จะต้องขอใบอนุญาตนำเข้าเพื่อนำไปจำหน่ายอย่างเป็นทางการ