แท็กซี่ร้อง “นายกฯ ” แก้กฎหมายยืดอายุรถ 12 ปี จากเคยใช้สมัย “ทักษิณ”

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

2 เมษายน 2569

แท็กซี่ร้อง “นายกฯ ” แก้กฎหมายยืดอายุรถ 12 ปี จากเคยใช้สมัย “ทักษิณ”

วันนี้ (2 เม.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ออกมาเปิดเผยถึงความเดือดร้อนอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยระบุว่ากำลังประสบปัญหาภาระหนี้สินจากการผ่อนรถ ท่ามกลางต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น จนแทบไม่เหลือรายได้เลี้ยงครอบครัว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาขยายอายุการใช้งานรถแท็กซี่จากปัจจุบันให้เป็น 12 ปี เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบอาชีพ

ประเด็นปัญหาคือการต่ออายุการใช้งานรถแท็กซี่ ที่กฎหมายระบุให้ขยายอายุเป็น 12 ปี (เฉพาะบางกลุ่ม) เช่น รถแท็กซี่ที่จดทะเบียน ก่อนวันที่ 31 ธ.ค.63 ได้รับการขยายอายุการใช้งานจาก 9 ปี เป็น 12 ปี เพื่อเยียวยาจากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 

กลุ่มแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ สำหรับรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนหลังปี 2563 เป็นต้นมา ส่วนใหญ่ยังคงอ้างอิงเกณฑ์เดิมคือ 9 ปี (เว้นแต่จะมีประกาศเปลี่ยนกฎกระทรวงใหม่เพิ่มเติมในอนาคต)

จากการลงพื้นที่สอบถามกลุ่มคนขับแท็กซี่ พบว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือระยะเวลาการทำกินที่สั้นเกินไปเมื่อเทียบกับภาระหนี้สิน เช่น ส่งรถ 6 ปี เหลือ (เวลาวิ่ง) 3 ปี… ถ้าเป็นรถป้ายแดงเหลือฟรีแค่ 3 ปี (หลังผ่อนจบ) ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ประสบความยากลำบากในการตั้งตัว โดยเฉพาะเมื่อรถเริ่มมีสภาพเก่าและต้องเสียค่าซ่อมแซมเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่ปีที่ 5

“ส่งรถ 6 ปี เหลือ (เวลาวิ่ง) 3 ปี ถ้าเป็นรถป้ายแดงเหลือฟรีแค่ 3 ปี (หลังผ่อนจบ) ระยะหนี้ยังไม่หมดน่าจะต่อเหมือนสมัยทักษิณ 12 ปีก็โอเคแล้ว มันยังได้หายใจหายคอ ยังช่วยหนี้ได้อีก“

ต้นทุนพุ่ง รายได้หด เหลือเงินไม่ถึง 200 บาทต่อวัน ในด้านค่าใช้จ่ายประจำวัน คนขับแท็กซี่ต้องแบกรับภาระค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายแก๊สประมาณ 500 บาท และน้ำมันอีก 200 บาทต่อวัน เมื่อรวมกับค่าผ่อนรถที่บางรายสูงถึงเดือนละ 22,000 บาท ทำให้รายได้สุทธิในแต่ละวันแทบไม่เหลือ

“วันหนึ่งวิ่งให้เหลือ 200 นะค่าแรง… เอาจริงๆ ให้ตายเถอะ ผมขับรถมา 2 ปี ค่าแรงผมไม่เหลือเลย… เอาแค่พยุงค่างวดรถกับค่าแก๊สค่าน้ำมัน” หนึ่งในคนขับแท็กซี่ระบุถึงความยากลำบาก

ปัจจัยซ้ำเติมอย่างแอปฯ รถบ้าน และผู้โดยสารเบี้ยวค่ารถ นอกจากปัญหาราคาพลังงานแล้ว กลุ่มแท็กซี่ยังระบุว่าถูกซ้ำเติมจากการแข่งขันของ “รถบ้าน” ที่เข้ามาแย่งลูกค้า รวมถึงปัญหาผู้โดยสารไม่ชำระค่าโดยสาร ซึ่งบางครั้งไม่สามารถทำอะไรได้ “ผมโดนกันนับไม่ถ้วนที่ลงแล้วไม่จ่ายตังค์… บางทีลงบอกไม่มีตังค์จ่าย เราก็ไม่อยากมีเรื่อง“

สภาวะเช่นนี้ส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้ขับขี่อย่างมาก โดยมีคำกล่าวว่า “คนไม่นั่งแท็กซี่ไม่รู้หรอก บางทีคนขับเขาก็เครียดกับหนี้กับครอบครัว… ยิ้มให้ผู้โดยสารก็หาว่าหน้าตึงไม่รับแขก

เตรียมรวมตัวจี้รัฐเยียวยาเฉพาะกลุ่ม สำหรับทางออกของปัญหานี้ กลุ่มผู้ขับขี่ต้องการให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มรถรับจ้าง เช่น การอุดหนุนราคาน้ำมัน หรือการขยายอายุรถเป็น 12 ปี ซึ่งหากยังไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการรวมตัวประท้วงผ่านสมาคมแท็กซี่ต่างๆ เช่น สมาคมสุวรรณภูมิ

“รอบนี้ผมพูดตรงๆ ผมไม่ไปเลือกใคร… มันอิ่มตัวกับพวกการเมือง… ยังไงพวกผมก็ต้องเอา (ประท้วง) กันล่ะ ไม่เอาไม่ได้ ค่าต้นทุนมันสูง“