สธ. จับมือ ตลาดไท ทำ MOU มุ่งยกระดับ สมุนไพรไทย สู่เวทีโลก
ยาหยี อีจัน
5 กรกฎาคม 2567

นับเป็นเรื่องใหญ่ในวงการสมุนไพรบ้านเรา อีกไม่นาน จะได้ Go Inter กันแล้ว !
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน และ สักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ ว่าด้วยการส่งเสริมตลาดกลางสมุนไพรไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กับ บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท)
จับมือกัน ยกระดับ ตลาดกลางสมุนไพรไทย เพื่อส่งเสริมการซื้อ-ขาย และพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพร ให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ในระดับสากล คาดสร้างรายได้มากกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2567) ที่งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 21 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานและสักขีพยาน ร่วมกับ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท)
ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมตลาดกลางสมุนไพรไทย ระหว่าง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ นางสาววรามาศ ภัทรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ ผ่านการยกระดับการแพทย์แผนไทย และสมุนไพรไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก
ตอบรับนโยบาย “IGNITE THAILAND” ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งส่งเสริมให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม และ บริการทางการแพทย์ครบวงจร
ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมและพัฒนาตลาดกลางสมุนไพรไทย เพื่อช่วยให้เกษตรกร มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม และต้องการยกระดับคุณภาพ วัตถุดิบสมุนไพรให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ตามความต้องการของตลาด และการยอมรับในระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สร้างความมั่นคงทางการค้าให้กับสมุนไพรไทย

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน เกษตรกรจำนวนมากหันมาสนใจปลูกพืชสมุนไพร พื้นที่ปลูกสมุนไพร และ เกษตรกร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกปี
โดยปี 2565 มีพื้นที่ปลูกสมุนไพร 1,059,818 ไร่ และเกษตรกร 368,260 ราย เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2560 ที่มีพื้นที่เพียง 18,000 ไร่ และเกษตรกร ประมาณ 5,400 ราย เป็นโอกาสในการเพิ่มกลุ่มผู้ขายสมุนไพรรายใหม่
เพิ่มความหลากหลายของสินค้าสมุนไพร และขยายตลาดกลุ่มผู้ซื้อให้มากยิ่งขึ้น จึงได้พัฒนาตลาดกลางสมุนไพร ร่วมกับตลาดไท ซึ่งเป็นตลาดกลางสินค้าการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ที่สุด ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่ 542 ไร่

โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกัน ดำเนินโครงการตลาดสมุนไพรสด และเครื่องเทศสดปลอดภัย พื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร ช่วยเกษตรกรมีพื้นที่จำหน่ายสมุนไพร และช่วยกระจายสินค้าสมุนไพรสด ที่มีมาตรฐานปลอดภัย ทำให้ปีพ.ศ. 2563-2565 มีปริมาณสินค้าสมุนไพรสด และเครื่องเทศสดเข้าตลาดไทมากถึง 210,366 ตันค่ะ และ มูลค่ามากกว่า 9,000 ล้านบาท
คาดว่า ตลาดกลางสมุนไพรไทยที่เกิดขึ้นนี้ จะผลักดันให้มีมูลค่าสมุนไพรในตลาดกลาง มากกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่ช่วย ยกระดับตลาดกลางสมุนไพรไทย ส่งเสริมการซื้อขายสมุนไพรไทย ผลักดันให้มีการพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ตลาดไท มุ่งพัฒนาเพื่อยกระดับตลาดกลางสมุนไพรไทย ให้มีมาตรฐานสากล ขยายพื้นที่การค้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 66 รองรับการเติบโตของตลาดสมุนไพร ทั้งในด้านปริมาณ ชนิดสินค้า คุณภาพมาตรฐาน
รวมถึงการจัดหมวดหมู่สินค้าให้มีความชัดเจน ช่วยอำนวยสะดวก และขยายช่องทางการซื้อขายสมุนไพรไทยสำหรับของเกษตรกร และผู้ประกอบการ พร้อมช่วยผลักดันเพื่อไปสู่ตลาดกลางสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวอีกว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม และพัฒนาตลาดกลางสมุนไพรไทย
ยกระดับคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร ให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ตามความต้องการของตลาด รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพเกษตรกร ผู้ปลูกพืชสมุนไพร และมีพื้นที่จำหน่ายสมุนไพร ในราคาที่เป็นธรรม ตลอดจนส่งเสริมการจับคู่เจรจาธุรกิจการค้า
เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายวัตถุดิบสมุนไพร ระหว่างเกษตรกร และ ผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่น ให้กับผู้บริโภคในการเข้าถึงวัตถุดิบสมุนไพร ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน
จับตาดูเลยค่ะ อีกไม่นาน สมุนไพรไทยจะยิ่งใหญ่ ไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอน