เทียบนโยบายท่องเที่ยว 3 พรรคการเมืองใหญ่ ชูแก้โจทย์ทุนเทา
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
14 มกราคม 2569

วันนี้ 14 ม.ค. 2569 สมาคมบริการไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) ร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย (THA) จัดงานประชุมร่วม ณ ห้องราชเทวี แกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเอเชีย ราชเทวี กรุงเทพฯ พร้อมเชิญตัวแทนพรรคการเมือง มาแสดงนโยบาย ภายใต้ หัวข้อ “ท่องเที่ยวไทย เอายังไงดี” เริ่มด้วยนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้แทนจากพรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องแรกที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญและจะต้องแก้อย่างเร่งด่วนคือ ปัญหากลุ่มทุนเทาหรือนอมินีโดยสัดส่วนรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 20-30% อยู่ในมือทุนเทา ไม่ได้เข้าไทย 100%

ทั้งนี้ในการจัดการเรื่องทุนเทาที่กระทบภาคการท่องเที่ยว ในช่วงปีที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องร้องเรียนเข้ามาเยอะมาก แต่มีจำนวนดำเนินคดีที่ดำเนินคดีไปเพียง 11 คดี ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาโดยจะพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปตรวจสอบการประกอบธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน จากนั้นจะสรุปผลพร้อมขึ้นนโชว์บนแอปพลิเคชั่นว่าบริษัทนั้นจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่
สำหรับภาคการท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลักไม่กระจายตัวไปยังเมืองรอง รวมถึงการท่องเที่ยวที่กระจุกตัวในฤดูการท่องเที่ยวหรือไฮซีซัน ไม่เกิดการท่องเที่ยวทั้งปี ดังนั้นเพื่อให้เกิดการจายเม็ดเงินมากกว่านี้ จะต้องมีการทำท่องเที่ยวเชื่อมโยง โดยกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อให้จังหวัดที่มีความพร้อมสามารถจัดเส้นทางเดินรถไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้ เพราะปัจจุบันติดอุปสรรคที่ต้องขออนุญาตกับกรมขนส่งดังนั้นหากสามารถกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นก็จะช่วยให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยว
ส่วนเรื่องของแกร็บเซอร์วิส สิ่งที่ทำได้ทันทีเพื่อทำให้รถที่ให้บริการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นกรมการขนส่งจะต้องไปจัดการเรื่องนี้ให้มากขึ้นเพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ
ส่วนนโยบานกัญชานั้น พรรคเราไม่ได้มีนโยบายนี้ กัญชายังเป็นยาเสพติดหากจะใช้เรื่องสันทนาการ เรื่องการแพทย์ จะต้องไปขออนุญาตให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้กระทบกับประชน

นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายจ่ายเงินชดเชยสำหรับประชาชนที่ลางานเพื่อไปอัพสกิล-รีสกิล ในช่วงของการลางานเพื่ออัพสกิลในช่วง 1 เดือน และพัฒนาเมืองรองให้เป็นท่องเที่ยวหลัก ในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อผลักดันนักท่องเที่ยวให้โตตามเป้าหมาย หากอยากให้นักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคน จะต้องมีการพัฒนาเมืองรองให้มีศักยภาพ พัฒนาด้านดีมานด์ไซต์ และสิ่งที่จะทำต่อคือการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางกาาจัดงานอีเวนต์ ดึงงานอีเวนต์ใหญ่ๆ มาจัดในเมืองไทย
ขณะเดียวกันจะผลักดันเรื่องของสุขภาพและความงาม หรือเฮล แอน บิวตี้ เพราะไทยมีความพร้อมทั้งคน โรงพยายาล และสถานที่ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวมารักษา
“ททท. อาจจะต้องลดการจัดอีเวนต์ ย่อยๆ เพื่อไปจัดอีเวนต์ใหญ่ และทำงานร่วมกับเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองรอง พร้อมให้การสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้เกิดการจัดอีเวนต์ในเมืองรองที่มีศักยภาพ”
ขณะที่เรื่องกัญชา พรรคเพื่อไทยเป็นคนเสนอให้กลับไปอยู่ในทะเบียนของยาเสตพติดใช้เฉพาะในการแพทย์เท่านั้นเป็นเรื่องที่ตั้งธงมาตลอด

นายวีระพงศ์ ประภา ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเรามีนโยบายที่จะจัดตั้งกองทุนส่งเสริมเมืองรอง เพื่อจัดสรรงบประมาณให้เมืองรองยกดับวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยใช้โมเดลจาก อาทิ ทรงวาด เมืองเก่าสงขลา เป็นต้น และส่งเสริมศิลปินหรือปราญพื้นที่ รวมถึงนโยบายคูปองการศึกษาเพื่อให้แรงงานในพื้นที่ อัพสกิล-รีสกิล ภาษาอังกฤษ การประสานงาน ภาษาอังกฤษ ฯลฯ สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ
ทั้งนี้เราจะใช้การเจรจาการค้าเสรี (FTA) เป็นจุดเชื่อมโยงที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจภาคบริการมีเงินลงทุนมากขึ้นในเทคโนโลยีและพาร์ทเนอร์ชิป เพื่อส่งเสริมภาคบริการและเพเมนต์ต่างๆ
อย่างไรก็ดีเรื่องของกัญชานั้น จากที่ได้หารือกับทูตประเทศหนึ่งบอกว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาสำหรับประเทศเขามาก เพราะเมื่อคนของเขามาเที่ยวไทยแล้ว ขนกัญชากลับไปประเทศด้วย ทำให้เป็นปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปหลายประเทศในยุโรปได้สะท้อนปัญหาเพื่อให้ได้รับการแก้ไข