ฉลุย! ครม. ไฟเขียวกฎหมายคืนเงินเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ 

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติอนุมัติหลักการ ร่างกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ โดยร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกระบวนการรายงานธุรกรรม การยึด–อายัดเงิน การประกาศรายชื่อบัญชีต้องสงสัย และการพิจารณาคืนเงินผ่านกลไกของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยเน้นให้หน่วยงานรัฐ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ร่วมกันคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนล่าช้าในปัจจุบัน

  โดยมีสาระสำคัญครอบคลุม 3 ส่วนหลัก ได้แก่

 1.กระบวนการรายงานข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัย ทั้งจากพนักงานสอบสวน สถาบันการเงิน และเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อประกาศรายชื่อบัญชีหรือกระเป๋าดิจิทัลที่เกี่ยวข้องในราชกิจจานุเบกษา และดำเนินการยึด–อายัดตามกฎหมาย

 2.การยื่นคำร้องและคำคัดค้าน เปิดโอกาสให้ผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้องยื่นหลักฐานภายใน 90 วัน พร้อมกำหนดข้อมูลบัญชีที่ต้องเปิดเผย เช่น ชื่อ–นามสกุล เลขบัตรประชาชน เลขบัญชี และพฤติการณ์ที่พบ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างชัดเจน รวมถึงการรับรองคำร้อง การแก้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และช่องทางยื่นทั้งแบบปกติและอิเล็กทรอนิกส์ และ 

3.การพิจารณาคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งมีอำนาจสั่งคืน ชดใช้ หรือยกเลิกการอายัด หากผู้เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยสามารถยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งได้ภายใน 30 วัน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงยังวางหลักเกณฑ์สำหรับกรณี ไม่มีผู้เสียหายมายื่นคำร้อง โดยกำหนดให้เก็บเงินไว้ในสถาบันการเงิน หรือเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีเฉพาะตามที่เลขาธิการ ปปง. กำหนด หากครบ 10 ปีแล้วยังไม่มีผู้แสดงสิทธิให้โอนเงินและดอกผลเข้ากองทุนป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แต่ผู้เป็นเจ้าของจริงยังสามารถพิสูจน์สิทธิย้อนหลังได้เมื่อมีเหตุผลอันควร 

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเงินค้างในบัญชีต้องสงสัยที่ถูกระงับธุรกรรมกว่า 853,486 บัญชี รวมมูลค่า 3,076 ล้านบาท ที่รอการตรวจสอบและคืนให้เจ้าของที่แท้จริง  ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะช่วยปลดล็อกเงินค้างระบบจำนวนมากกลับสู่ประชาชนและระบบเศรษฐกิจ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้เสียหายสามารถได้รับเงินคืนหรือใช้สิทธิอุทธรณ์ได้อย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว อีกทั้งเป็นการยกระดับกระบวนการยุติธรรมด้านอาชญากรรมออนไลน์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น