10 บริษัททัวร์ไทย MOU รัฐบาลเมืองผิงตง เชื่อมเครือข่ายท่องเที่ยว
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
14 มกราคม 2569

วันที่ 14 ม.ค. 2569 รายงานข่าวจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า รัฐบาลเมืองผิงตง (Pingtung County Government) จัดงาน “2026 Pingtung Tourism Promotion in Bangkok” ณ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 11 – 15 ม.ค. 2569 โดยได้รับเกียรติจากนายบรูซ เฉิงจง จาง (Bruce Cheng-chung Chang) ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทย เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 100 ท่าน
โดยภายในงานมีการเจรจาความร่วมมือและลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำ ของไทย 10 แห่ง ได้แก่ WEEKEND TOUR, ONE-STOP, GREENLAND HOLIDAY, THONG THAI TRAVEL, C.C.T. EXPRESS,
CHIN TOUR, KTK CORPORATION, NEW WAY TRAVEL, ALADDIN TRAVEL และ JIE CENTER
เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวระหว่างไต้หวันและไทย และวางรากฐานความร่วมมือที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ยังมีการนำเมนู “เซาเหล่งปิง” (Chaozhou Cold-Hot Ice) ขนมหวานขึ้นชื่อของเมืองผิงตงมาให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง ผ่านการเจรจาธุรกิจแบบ B2B เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงในระยะยาว รัฐบาลเมืองผิงตงมุ่งหวังว่าการพูดคุยโดยตรงกับผู้ประกอบการไทยในครั้งนี้ จะช่วยให้เมืองผิงตงไม่ได้เป็นเพียง “หนึ่งในตัวเลือก” ของการไปเที่ยวไต้หวัน แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทย”ต้องระบุเพื่อมาเยือน” (Specified Destination)
รายงานข่าวจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แตตต้า) กล่าวเสริมว่า คณะผู้แทนเมืองผิงตงยังได้เข้าพบผู้บริหารของบริษัท ONE STOP, Weekend Tour Incentive, สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และAgoda ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญที่มีฐานลูกค้าและช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขวาง ในระหว่างการสนทนา ทีมงานรัฐบาลเมืองผิงตงได้นำเสนอคอนเซปต์หลัก “สัมผัสขุนเขาและท้องทะเลในคำเดียว” (A Bite of Mountain, A Bite of Sea) ด้านผู้ประกอบการไทยระบุว่า เมืองผิงตงมีเสน่ห์อย่างยิ่งในด้านเทศกาลทางวัฒนธรรมที่มีความอบอุ่นและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศซึ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยวชาวไทยได้เป็นอย่างดี
ในโอกาสนี้ รัฐบาลเมืองผิงตงยังได้เชิญชวนผู้ประกอบการท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย เดินทางไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว (Fam Trip) ที่เมืองผิงตงในอนาคต เพื่อสัมผัสเส้นทางภูเขาและทะเล ชุมชนที่มีเอกลักษณ์ และแหล่งรวมอาหารเลิศรสด้วยตนเอง เพื่อนำประสบการณ์ตรงมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทย และร่วมกันเปิดมิติใหม่ให้กับการท่องเที่ยวของทั้งสองพื้นที่อีกด้วย