ครม. จัดงบปี 69 เพิ่ม 1.26 แสนล้านบาท ให้ 12 หน่วยงาน
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
23 กรกฎาคม 2568

วันนี้ (23 ก.ค. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2568 มีมติเห็นชอบการขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยขอเพิ่มงบประมาณที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศและนโยบายสำคัญของรัฐบาล วงเงินรวม 126,528 ล้านบาท
โดยขั้นตอนต่อจากนี้ ภายหลังจากรายละเอียดการขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านการเห็นชอบจาก ครม. แล้ว สำนักงบประมาณจะเสนอรายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับการขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงิน 126,528 ล้านบาท เป็นไปตามปฏิทินงบประมาณที่หน่วยงานรัฐสามารถเสนอขอเพิ่ม ลด หรือปรับเปลี่ยนงบประมาณเข้ามายังคณะกรรมาธิการฯ ได้ โดยมีรายละเอียดของวงเงินที่ขอเพิ่มแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ ดังนี้
ส่วนแรกเป็นรายจ่ายที่ต้องดำเนินการตามข้อผูกพันที่เกิดจากกฎหมาย สัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศและค่าใช้จ่าย เพื่อการชำระหนี้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายตามสิทธิ วงเงิน 90,690 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญที่เสนอตั้งขอเพิ่มงบแยกเป็นหน่วยงาน ดังนี้
1.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ : ขอเพิ่มรายการค่าชำระดอกเบี้ยเงินกู้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้สาธารณะของประเทศ จำนวน 33,861 ล้านบาท
2.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย : ขอเพิ่มเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการตามสัญญาสัมปทานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ ศูนย์วัฒนธรรม ตามสัญญาสัมปทานฯ ต้องชำระ 6 ปี โดยขอเพิ่มงบประมาณฯ เพื่อชำระปีที่ 1 วันที่ 31 ก.ค.69 จำนวน 14,523 ล้านบาท
3.กองทุนประชารัฐสวัสดิการฯ : ขอเพิ่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 25,000 ล้านบาท
4.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา : ขอเพิ่มเพื่อให้เงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษากับผู้กู้ยืม ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 256 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 จำนวน 5,914 ล้านบาท
5.สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้ จำนวน 5,357 ล้านบาท
6.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายในการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและ IMF ที่เห็นชอบให้ประเทศไทย เจ้าภาพจัดการประชุมประจำ 2569 ของประเทศไทย และร่างบันทึกความเข้าใจการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีฯ ปี 2569 จำนวน 2,991 ล้านบาท
7.สำนักงานประกันสังคม : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิในการชำระเงินสมทบตามแผนงบประมาณรายจ่ายระยะปานกลาง จำนวน 2,981 ล้านบาท
ส่วนที่สองเป็นรายจ่ายเพื่อการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รายจ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชน หรือรายจ่ายที่ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง ตลอดจนรายจ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานของหน่วยรับงบประมาณ โดยรายการที่เสนอขอเพิ่มงบประมาณต้องเป็นรายการ ที่มีอยู่ในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 35,838 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญที่เสนอตั้งของเพิ่มงบแยกเป็นหน่วยงาน ดังนี้
1.งบกลาง : ขอเพิ่มรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 34,321 ล้านบาท
2.กรมการแพทย์ : ขอเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อทดแทนครุภัณฑ์เดิมที่ชำรุด รองรับการให้บริการผู้ป่วย และสามารถช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวน 365 ล้านบาท
3.สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายโครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเขฟอาหารไทย ผ่านการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพอย่างมีมาตรฐาน ยกระดับ เซฟท้องถิ่นให้เป็นเชฟมืออาชีพ และพัฒนาสู่การเป็นทูดทางวัฒนธรรมด้านอาหารไทยในเวทีโลก จำนวน 280 ล้านบาท
4.สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายอุปกรณ์เครื่องมือ และสนับสนุนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญไม่เพียงพอทำให้ส่งผลต่อการให้บริการ และเพื่อยกระดับการให้บริการที่มีคุณภาพ จำนวน 260 ล้านบาท
5.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐานของผู้รับบริการสงเคราะห์ ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ คำปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สำหรับคนพิการให้เพียงพอต่อความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย และเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการพัฒนาและสมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อนำไปจัดสวัสดิการดูแลช่วยเหลือสมาชิก รวมทั้งสิ้น 258 ล้านนาท
6.กระทรวงยุติธรรม : ขอเพิ่มเป็นรายจ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยสนับสนุนเป็นเงินอุดหนุนในการจัดให้มีทนายความอาสา ค่าใช้จ่าย ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำผิดคดียาเสพติด และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังด้วยวิธีการให้การศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งสิ้น 214 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า การที่ครม. อนุมัติเรื่องนี้เพื่อรองรับการถูกคณะกรรมาธิการฯ แปรญัติ ซึ่งจะต้องมีการปรับตั้งงบประมาณเพิ่ม แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้เดิมที่ 3.78 ล้านล้านบาท ทั้งนี้เป็นที่สังเกตุว่าการขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงวงเงินงบประมาณนี้ได้ปรับเพิ่มงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเพิ่มอีก 34,321 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้จัดไว้แล้ว 98,000 ล้านบาท