“ศุภจี” ยันคุมราคาได้! สต็อกปุ๋ยมีพอถึง ส.ค.นี้ ย้ำราคาสินค้ายังไม่ขึ้น

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

18 มีนาคม 2569

“ศุภจี” ยันคุมราคาได้! สต็อกปุ๋ยมีพอถึง ส.ค.นี้ ย้ำราคาสินค้ายังไม่ขึ้น

วานนี้ (17 มี.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยืนยันสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยยังไม่พบเหตุจำเป็นในการปรับขึ้นราคา เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานยังไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเดินหน้ามาตรการดูแลทั้งผู้ประกอบการและประชาชนควบคู่กัน

“วันนี้ยังไม่มีเหตุผลที่สินค้าจะต้องปรับขึ้นราคา เพราะต้นทุนด้านพลังงานยังไม่ได้ขยับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เราจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ช่วยกันตรึงราคาไว้ก่อน”

ในส่วนของสินค้าควบคุม 8 หมวด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ หากจะปรับขึ้นราคาจะต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน โดยปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอปรับราคา ขณะเดียวกัน สินค้าบางประเภท เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า แชมพู และน้ำยาล้างจาน แม้สามารถปรับราคาได้ แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการแจ้งปรับราคาเช่นกัน

นอกจากนี้ สินค้าที่อยู่ในกลุ่มติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำปลา และซอสปรุงรส ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา หากพบความผิดปกติ ภาครัฐจะเข้าไปเจรจาเพื่อพยุงราคาไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้ามาตรการเชิงรุก โดยเตรียมทบทวนรายการสินค้าควบคุมผ่านคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน รวมถึงร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่จัดทำสินค้าราคาพิเศษ กระจายผ่านร้านค้าส่งและค้าปลีกทั่วประเทศ และดำเนินโครงการ “ธงฟ้า” ในพื้นที่เปราะบาง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ

“เราจะมีสินค้าราคาพิเศษกระจายลงไปทั้ง 77 จังหวัด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และยังคงเดินหน้าโครงการธงฟ้าในพื้นที่เปราะบาง แต่จะทำอย่างเหมาะสม ไม่ให้กระทบผู้ค้าท้องถิ่น”

ในด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญภาคเกษตร ปัจจุบันมีสต็อกเพียงพอถึงช่วงเดือนพฤษภาคม และอาจยืดได้ถึงเดือนสิงหาคม หากสามารถนำเข้าเพิ่มเติมได้ แม้จะมีข้อจำกัดด้านการขนส่งจากสถานการณ์ต่างประเทศ แต่ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา พร้อมเตรียมมาตรการรองรับ เช่น โครงการปุ๋ยราคาประหยัด การส่งเสริมปุ๋ยอินทรีย์ และการปรับสูตรเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า

ขณะที่วัตถุดิบเม็ดพลาสติกซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร มีรายงานว่าสามารถรองรับได้อีกประมาณ 4 เดือน ช่วยคลายความกังวลเรื่องการขาดแคลน และอยู่ระหว่างหาแหล่งนำเข้าทดแทนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือประชาชน หากพบการจำหน่ายสินค้าเกินราคา หรือปิดป้ายราคาไม่ตรงกับราคาขายจริง ให้เก็บหลักฐานและแจ้งสายด่วน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินคดีทันที โดยย้ำว่าการกระทำผิดมีโทษทั้งทางอาญาและโทษปรับ

กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีสินค้าใดควรปรับขึ้นราคา และพร้อมออกมาตรการเพิ่มเติมทันที หากต้นทุนพลังงานมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างใกล้ชิด

“ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันสอดส่อง หากพบการเอาเปรียบผู้บริโภค แจ้งมาได้ทันที เราพร้อมดำเนินการอย่างเข้มงวด”