“พาณิชย์“ จับพิรุธ 2 ธุรกิจบนเกาะพะงัน เข้าข่าย ”นอมินี“
น้ำฝน อีจัน
24 ตุลาคม 2568

(วันนี้ 24 ต.ค. 68) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดปฏิบัติการตรวจสอบธุรกิจต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ หลังรับข้อมูลว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) ล่าสุดลงพื้นที่ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด พบพิรุธธุรกิจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย 2 กลุ่มใหญ่ คือ “สำนักงานบัญชี” และ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีฯ นำทีมร่วมกับคณะทำงานเฉพาะกิจในพื้นที่ ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในเกาะพะงัน พบพฤติการณ์ส่อเข้าข่าย “นอมินีต่างชาติ” ใช้คนไทยถือหุ้นแทน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย

กลุ่มแรก คือ สำนักงานบัญชี “เฟิร์สคอนซัลแทนส์ ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส” (บริษัท เฟิร์ส คอนซัลแทนส์ 47 จำกัด) พบเจ้าของสำนักงานมีชื่อถือหุ้นในกว่า 66 บริษัท และสถานที่ตรวจสอบเป็นอาคารพาณิชย์ที่ใช้เป็นที่ตั้งของนิติบุคคลถึง 89 แห่ง โดยบางแห่งไม่ปรากฏการดำเนินธุรกิจจริง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบเชิงลึก
กลุ่มที่สอง คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “ศิธายา บีช ฟร้อนท์ วิลล่า” ซึ่งเป็นโครงการวิลล่าหรู 8 หลัง เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเช่าคืนละ 13,000 บาท โดยไม่มีใบอนุญาตโรงแรม มูลค่ากว่า 152 ล้านบาท พบมีนิติบุคคลสัญชาติไทยถือครองที่ดิน แต่ผู้ถือหุ้นชาวอิสราเอลถือหุ้นถึง 49% และต่อมามีการเพิ่มทุนจากบริษัทต่างชาติอีก 1 แห่ง เข้าข่ายหลบเลี่ยงภาษีและถือหุ้นอำพราง
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พร้อมขยายผลไปยังนิติบุคคลอื่นในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ต่างชาติใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายครอบครองธุรกิจของชาติ
นายพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติคือการบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจ กรมพัฒนาธุรกิจฯ จะไม่ยอมให้ต่างชาติแฝงตัวเข้าครอบธุรกิจไทยอีกต่อไป เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย”



