คลัง เตือนคนละครึ่งพลัส สแกนให้หมด เงินเหลือดึงกลับ “รัฐ” หมดสิทธิใช้ 31 ธ.ค.68

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

24 ธันวาคม 2568

คลัง เตือนคนละครึ่งพลัส สแกนให้หมด เงินเหลือดึงกลับ “รัฐ” หมดสิทธิใช้ 31 ธ.ค.68

วันนี้ (24 ธ.ค.68) นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 1 โดยมีผู้ใช้สิทธิเต็มจำนวนแล้ว 6,250,187 ราย ยอดใช้จ่ายรวม 79,612.4 ล้านบาท ร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูล 999,337 ร้านค้า โดยการใช้สิทธิตามระยะโครงการฯ จะสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.68 หากผู้รับสิทธิใช้เงินไม่หมด ระบบจะดึกกลับเข้าระบบทันที

ทั้งนี้ จากการคัดกรองข้อมูลพบว่า มีผู้ประกอบการร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ ซึ่งจะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากรัฐ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 97,086 ราย และมีผู้ไม่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ เป็นจำนวน 1,844 ราย โดยมีสาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น ไม่ใช่ร้านค้าถุงเงินในโครงการคนละครึ่ง พลัส พัฒนาทักษะสำเร็จก่อนเข้าร่วมในโครงการคนละครึ่ง พลัส เป็นร้านค้าที่ถูกระงับสิทธิในโครงการคนละครึ่งหรือคนละครึ่ง พลัส เป็นต้น

โดยกระทรวงการคลังได้ทยอยประกาศผลการได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากรัฐในโครงการฯ ให้ผู้พัฒนาทักษะสำเร็จทราบในวันนี้ (23 ธันวาคม 2568) ผ่านข้อความสั้น (SMS) ตามหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลงทะเบียนร้านถุงเงิน และข้อความแจ้งเตือน (Notification) ในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”

สำหรับเงินสนับสนุนในโครงการฯ ผู้ประกอบการร้านค้าจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ต่อ 1 หมายเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขผู้เสียภาษี โดยได้รับสิทธิเป็นเงินร้อยละ 20 ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่ง พลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568

ซึ่งจากการประมวลผลข้อมูลของผู้ประกอบการร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ พบว่า ผู้ประกอบการร้านค้าได้รับเงินสนับสนุนเฉลี่ยรายละ 1,210 บาท มีผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดตามสิทธิจำนวน 2,000 บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 34,970 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 36 ของผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด และมีผู้ประกอบการร้านค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้รับเงินสนับสนุน เนื่องจากไม่มีรายการยอดขายจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายในช่วงเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการโอนเงินสนับสนุนดังกล่าว กระทรวงการคลังจะดำเนินการโอนเงินให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผูกกับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้าสามารถตรวจสอบยอดเงินรับเข้าบัญชีได้ในวันดังกล่าว และสำหรับกรณีที่กระทรวงการคลังโอนเงินให้ไม่สำเร็จ จะมีการติดตามเพื่อโอนเงิน (Retry) อีก 2 ครั้ง ในวันที่ 30 มกราคม 2569 และในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ประกอบการร้านค้าไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการฯ