“เอกชน” สุดมั่นใจ เขย่า ครม.ใหม่ เชื่อ “รัฐบาล” มีเสถียรภาพ

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

13 มกราคม 2568

“เอกชน” สุดมั่นใจ เขย่า ครม.ใหม่ เชื่อ “รัฐบาล” มีเสถียรภาพ

วันนี้ (13 ม.ค.68) นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกระแสข่าวเสถียรภาพทางการเมือง หลังมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งใหญ่ในเดือน เม.ย. ว่า การปรับคณะรัฐมนตรีถือเป็นเรื่องปกติของรัฐบาล โดยมองว่ารัฐบาลยังมีเสถียรภาพในการบริหารประเทศต่อได้ และเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“เรายังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลยังทำงานได้อย่างต่อเนื่อง โชคดีที่ประเทศไทยที่ผ่านมา แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาล แต่นโยบายยังคงเส้นคงวา ต่างประเทศยังมีความเชื่อมั่น ขณะที่ไทยเองยังมีมาตรการต้อนรับการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ” นายสนั่นกล่าว

นายสนั่นกล่าวว่า หอการค้าไทยคาดการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวได้ราว 2.4-2.9% ขณะที่การส่งออกจะขยายตัว 1.5-2.5% ส่วนอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.8-1.2% ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ

โดยปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวในช่วงครึ่งปีแรก เป็นผลจากภาพการส่งออกปีที่ผ่านมาโตต่อเนื่อง เพราะหลายประเทศกำลังเร่งนำเข้าสินค้า ก่อนที่จะถูกสหรัฐปรับขึ้นภาษี ส่วนเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังน่าเป็นห่วงมาก เพราะมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐจะมีผล ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งหารายได้เพิ่มเพื่อนำเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ

“คงต้องตามดูว่ารัฐบาลจะหารายได้เพิ่มวิธีไหน หน่วยงานที่ดูแลนโยบายด้านการเงินและด้านการคลังควรประสานการทำงานร่วมกันในการหาเม็ดเงินเพื่อมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ“นายสนั่น กล่าว

นายสนั่น กล่าวว่า ซึ่งทางออกด้วยการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) นั้น หากจำเป็นควรปรับขึ้น ควรค่อยเป็นค่อยไป และไม่เห็นด้วยหากจะมีการขึ้นแวตในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังไม่แข็งแรง เพราะจะส่งผลกระทบต่อรายได้ประชาชน และอาจทำให้เศรษฐกิจภาพรวมชะลอตัวได้

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง ภาคเอกชนยังมีความกังวลใน 2 ประเด็นคือ เม็ดเงินที่รัฐบาลจะใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจลดลง และภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการส่งออกของไทยให้ชะลอตัวลงได้

ดังนั้น ต้องเร่งหารายได้เพิ่ม รวมทั้งในส่วนของมาตรการในประเทศจะต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนำโครงการคูณสอง หรือคนละครึ่งกลับมาใช้ เพื่อดึงเงินจากกระเป๋าของผู้ที่มีกำลังซื้อให้ออกมาช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้

นายสนั่น กล่าวว่า การหารายได้เพิ่มของรัฐบาล ทางออกคือ รัฐบาลจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% จะปรับเป็น 15% อาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่หากจะต้องค่อย ๆ ปรับขึ้นจาก 7% เป็น 8% รัฐบาลต้องศึกษาว่าเหมาะสมกับเวลาหรือไม่ เพราะหากมีผลกระทบต่อรายได้ของประชาชน ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงได้

ส่วนด้านต่างประเทศจะต้องเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเร่งแก้ไขปัญหาความไม่เชื่อมั่นในตลาดจีน ที่เกิดขึ้นจากปัญหาดาราซิงซิงที่หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย เพราะจีนเป็นตลาดหลักของไทย

รวมทั้งเร่งหามาตรการดึงดูดให้คนอินเดียเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่ม ด้านการส่งออกจะต้องมีการผลักดันการส่งออกสินค้าตัวใหม่ ๆ ที่ผลิตภายในอีอีซีให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก

ทั้งนี้ กรณีสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศทะลักเข้าไทย โดยเฉพาะสินค้าจากจีนนั้น นายสนั่นกล่าวว่าทางหอการค้าไทยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางที่เป็นมาตรการทางการค้าของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เพื่อเตรียมเสนอให้กับรัฐบาลใช้เป็นแนวทางในการรับมือกับการดูแลและปกป้องการค้าระหว่างประเทศของไทย ซึ่งคาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.นี้