นายกฯ ขอบคุณคนไทย ช่วยประหยัดพลังงาน หนุนสำรองน้ำมันใช้ในประเทศเพิ่มขึ้น
ต้นกุมภาฯ อีจัน
15 เมษายน 2569

วันนี้ (15 เม.ย.69) เวลา 14.25 น. ณ โถงบันได ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ผ่านระบบการประชุมทางไกล
นายอนุทิน กล่าวว่า ประเด็นสถานการณ์ตะวันออกกลาง รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาพลังงานและการนำเข้าน้ำมันดิบ แม้ขณะนี้ไทยยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบและไม่ประมาท เนื่องจากสถานการณ์โลกสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งได้ประสานงานกับกระทรวงพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ
นอกจากนี้ ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะการใช้น้ำมันที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศเพิ่มขึ้น และช่วยบรรเทาความตึงเครียดของสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่ารัฐบาลยังคงต้องบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ภารกิจด้านการต่างประเทศ โดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะฯ ที่เดินทางไปยังประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศโอมานและอิหร่าน เพื่อหารือความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ การค้า และเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ตลอดจนติดตามสถานการณ์และดูแลคนไทยในภูมิภาคดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
“โดยได้รับรายงานว่าการหารือกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นไปในทิศทางที่ดี และไทยได้รับการตอบรับอย่างดีจากประเทศคู่เจรจา ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระยะต่อไป”

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ รัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระของประชาชนเป็นสำคัญ ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบโครงการใหม่ เพื่อให้ต่อยอดจากแนวคิดเดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยกำหนดอัตราค่าไฟสำหรับการใช้ 200 หน่วยแรกในราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือน
เมื่อถามว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะดำเนินการได้ช่วงไหนนั้น “เร็วที่สุด รัฐบาลเพิ่งบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เราทำงานมาโดยตลอด นโยบายต่างๆ จะเร่งเป็นรูปธรรม อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสก็อาจจะเรียกเป็นนโยบายไทยช่วยไทย ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้วางรูปแบบไว้แล้ว น่าจะเป็นพลัสมากกว่าคนละครึ่งครั้งที่แล้ว”
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด โดยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย กระจายสินค้าคุณภาพในราคาย่อมเยาสู่ประชาชนในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน

นายอนุทิน กล่าวว่า ด้านสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศ จากกรณีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุยิงถล่มรถนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน พร้อมกำชับหน่วยงานด้านความมั่นคง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว และยืนยันว่าอาวุธจะต้องไม่ถูกนำมาใช้ทำร้ายประชาชนด้วยกันเอง
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยการลงพื้นที่ไม่ใช่เพียงการให้กำลังใจบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการรับฟังสถานการณ์จริงในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยย้ำว่าปัจจุบันรัฐบาลมีเสถียรภาพและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จึงต้องเร่งแสดงผลงานและขับเคลื่อนนโยบายอย่างเต็มที่
โดยย้ำว่าความสำคัญของประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานรัฐบาล หากพบการทำงานล่าช้าหรือไม่เต็มศักยภาพ พร้อมดำเนินการปรับเปลี่ยนบุคลากรให้เหมาะสม เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งได้ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้อำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และจะติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด
“งานนี้ถ้ายังมีเกียร์ว่าง หรือแทนที่จะใส่เกียร์ 5 แต่กลับใส่เกียร์ 2 ผมจะดำเนินการให้ดู นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ไม่ใช่คนนี้ ซี 10 ซี 11 คนนี้ผู้บัญชาการ คนนี้ใครจะย้ายไม่ได้ นายกรัฐมนตรีย้ายได้ จะย้ายให้ดู”