สะเทือนตลาดโลก! “ทรัมป์” สั่งเก็บภาษีทองคำแท่ง สวิตฯ เจ็บหนัก
น้ำฝน อีจัน
8 สิงหาคม 2568

(วันนี้ 8 ส.ค. 68) สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทองคำแท่ง 1 กก. สั่นสะเทือนตลาดทองคำโลก นักลงทุนตื่นตระหนก ตลาดทองคำผันผวนหนัก หลัง CBP ออกคำวินิจฉัยใหม่ตีความทองคำแท่งเป็นสินค้านำเข้าต้องเสียภาษี
สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก Financial Times (FT) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทองคำแท่งขนาด 1 กิโลกรัม และ 100 ออนซ์ จากคำวินิจฉัยล่าสุดของสำนักงานศุลกากรและปกป้องชายแดนสหรัฐ (CBP) ลงวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา
การตัดสินใจดังกล่าว ทำให้ตลาดทองคำโลกปั่นป่วนทันที โดยเฉพาะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures) ในนิวยอร์ก ซึ่งพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
มาตรการภาษีล่าสุดจากทรัมป์ เป้าใหญ่สวิตเซอร์แลนด์
รายงานของ FT ระบุว่า มาตรการนี้อาจถูกมองว่าเป็นการ “เล่นแรงทางการค้า” กับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการกลั่นทองคำที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ส่งออกทองคำหลักไปยังสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรูปแบบทองคำแท่ง 1 กิโลกรัม ที่เป็นมาตรฐานในการซื้อขายของตลาด Comex
ผู้ค้าโลหะมีค่าหลายรายเคยคาดว่า ทองคำแท่งขนาด 1 กิโลกรัมและ 100 ออนซ์จะไม่ถูกรวมอยู่ในมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่คำวินิจฉัยล่าสุดจาก CBP ได้จัดให้ทองคำดังกล่าวอยู่ในรหัสศุลกากรที่ต้องเสียภาษีนำเข้า
ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามาตรการภาษีนี้จะมีผลครอบคลุมกับทองคำจากทุกประเทศ หรือจำกัดเฉพาะบางประเทศเท่านั้น แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ความไม่แน่นอนกลับมาสู่ตลาดทองคำอีกครั้ง
โรเบิร์ต กอตต์ลีบ อดีตผู้ค้าทองคำและกรรมการผู้จัดการแห่ง JPMorgan Chase & Co. แสดงความคิดเห็นว่า “ทองคำแท่งขนาด 1 กิโลกรัมมักใช้ระหว่างธนาคารกลางและทุนสำรองทั่วโลก เราไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีการเก็บภาษีในรูปแบบนี้”
หลังข่าวแพร่สะพัด ส่วนต่างราคาทองคำ (Premium) ระหว่างสัญญาฟิวเจอร์ในนิวยอร์กกับราคาสปอตในลอนดอน ขยับตัวสูงขึ้นทันที โดยสัญญาส่งมอบเดือนธันวาคมพุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากราคาทองคำสปอตในตลาดโลก ถือเป็นช่องว่างราคาที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
มาตรการภาษีที่ซับซ้อนและไม่แน่นอนเช่นนี้ สะท้อนถึงแนวทางการค้าของรัฐบาลทรัมป์ในช่วงที่ผ่านมา ที่มักเล่นเกมหนักกับประเทศคู่ค้า ผ่านการตีความกฎหมายภาษีในมุมที่ไม่เคยมีมาก่อน