ปตท. ทุ่มเงินลงทุนปีนี้ 2.5 หมื่นล้าน ลุยธุรกิจเน้นสร้าง “กำไร”

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

21 กุมภาพันธ์ 2568

ปตท. ทุ่มเงินลงทุนปีนี้ 2.5 หมื่นล้าน ลุยธุรกิจเน้นสร้าง “กำไร”

วันนี้ (21 ก.พ.68) นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงาน ปตท. ปี 2567 ปตท. และบริษัทย่อย ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 90,072 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2567 ที่ 2.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่ 6.6% และมีส่วนช่วยภาครัฐในการบริหารจัดการต้นทุนในช่วงที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจากสภาวะปกติ เพื่อลดผลกระทบให้แก่ประชาชน

โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง เกิดจากบริหารจัดการในองค์กร ซึ่งมีกำไรหลักมาจากธุรกิจ Upstream แม้ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ มาชดเชยกับธุรกิจ Downstream ที่ได้รับความกดดันจากปัจจัยด้านราคา แต่เรื่องสำคัญคือการบริหารต้นทุน และควบคุมค่าใช้จ่ายทั้งกลุ่ม ปตท. รวมถึงการบริหารรายการพิเศษและบริหารผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและเงินกู้ได้ดี

ทั้งนี้ ทิศทางการดำเนินงานปี 2568 ปตท.จะใช้เงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท จากงบลงทุน 5 ปี (2568-2572) ที่ตั้งไว้ 55,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อก๊าซ ท่าเรือ เทรดดิ้ง เป็นต้น ถือเป็นการมูลค่าเงินลงทุนสัดส่วนสูงเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับ ปตท. ในการประกอบธุรกิจ

“เชื่อว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ รวมถึงดูแลนักลงทุน และประชาชน ทั้งนี้ ปตท.จะมุ่งกลยุทธ์การลงทุนที่คุ้มค่า ไม่ใช้เงินจำนวนมาก แต่สามารถสร้างผลกำไรได้ในระดับสูง”นายคงกระพันกล่าว

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในจำนวนดังกล่าวน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นการปรับกลยุทธ์ไปสู่การลงทุนที่คุ้มค่า โดยไม่ใช้เงินจำนวนมาก แต่สามารถสร้างผลกำไรได้ในระดับสูง

สำหรับกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีนโยบายการลดค่าไฟ โดยการปรับโครงสร้างราคาก๊าซ (Pool Gas) เพื่อลดค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค.68 เพื่อลดค่าไฟลง 40 สตางค์ต่อหน่วยนั้น

“ปตท. ยังไม่ได้รับการประสานงานจากกระทรวงพลังงาน แต่ในปี 2567 ปตท. ได้สนับสนุนราคาก๊าซฯในการลดค่าไฟ รวมถึงสนับสนุนราคาพลังงาน เช่น NGV และ LPG ประมาณ 28,000 ล้านบาท”นายคงกระพันกล่าว

ขณะเดียวกัน จากกระแสข่าวการควบรวมบริษัทลูก ประกอบด้วย บริษัท พีทีที โกบอล เคมิคัล หรือ GC บริษัท ไทยออยล์ จำกัด และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด คาดว่าจะเป็นความคาดเคลื่อนในการสื่อสาร

ทั้งนี้ ปี 2568 ยังคงท้าทาย ปตท. มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก ต้องสร้างความแข็งแรงภายในองค์กร ลดความเสี่ยง รักษาเสถียรภาพให้กับธุรกิจ พิจารณาการลงทุนด้วยความระมัดระวัง พร้อมดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน