วันนี้ (19 ธ.ค.67) นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อันประกอบไปด้วย บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตปี 68 ยังเผชิญความท้าทาย จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ไม่ดีเท่าที่คาดไว้
นายอธิศกล่าวว่า ประกอบกับมาตรการคืนดอกเบี้ยให้ลูกค้า ซึ่งมีเงื่อนไขให้ลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ขั้นต่ำมากกว่าหรือเท่ากับ 8% จะได้รับเครดิตเงินคืนเทียบเท่าดอกเบี้ย 0.5% ของยอดค้างชำระ สำหรับครึ่งปีแรก และ 0.25% สำหรับครึ่งปีหลังของปี 68 จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทแน่นอน
ข่าวน่าสนใจอื่น
นอกจากนี้ จากมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนภายใต้การดำเนินงานของภาครัฐบาล ส่งผลให้ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพราะต้องคำนึงถึงคุณภาพหนี้ ดังนั้น จึงต้องบริหารธุรกิจ โดยจัดการด้านต้นทุนให้ดีขึ้นเพื่อชดเชยรายได้ รวมถึงสร้างประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในระยะยาวด้วย
“แผนธุรกิจในปี 68 เบื้องต้นหากจีดีพีไทยอยู่ที่ราว 3% ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) อยู่ที่ 6-9% ขณะที่หนี้เสีย (เอ็นพีแอล) คาดว่าระดับใกล้เคียงกับปี 67 อยู่ที่ราว 1.3% และสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 2.5%”นายอธิศกล่าว

นายอธิศกล่าวว่า ขณะเดียวกัน ความต้องการสินเชื่อปี 68 ยังไม่มีแนวโน้มลดลง แต่การปล่อยกู้ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินที่กำหนดความเสี่ยงของลูกค้า และการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงินต่างๆ ที่เข้มงวดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีเป้าหมายให้สินเชื่อเน้นด้านคุณภาพมากขึ้น โดยจะพิจารณาจากอาชีพของลูกค้า และความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมา การพิจารณาปล่อยสินเชื่อใหม่ระมัดระวังมากขึ้น สะท้อนจากยอดอนุมัติบัตรใหม่ลดลง 2% จากระดับเดิมที่ 40% เพื่อป้องกันการเกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้น

นายอธิศกล่าวว่า กลยุทธ์การเติบโตในปี 68 บริษัทยังคงโฟกัสใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.เน้นปรับผลิตภัณฑ์หลัก บัตรเครดิตและสินเชื่อให้ตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่มยิ่งขึ้น เช่น การปรับโฉมบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวันใหม่ และการปรับสิทธิประโยชน์หลักของบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
2.ขยายความร่วมมือกับพันธมิตร 3.สร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เช่น apple pay เป็นต้น 4.ขยายความร่วมมือกับบริษัทในเครือ และ 5.มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ทำให้องค์กรลีนขึ้น หรือนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อช่วยลดต้นทุน

“ปีนี้ภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการปรับการชำระรายเดือนจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8% ส่งผลกระทบต่อยอดสินเชื่อและทำให้หนี้ด้อยคุณภาพของบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นพอสมควร ขณะที่สภาพเศรษฐกิจปีนี้ยังไม่ฟื้นอย่างที่คาดหวังไว้ ส่งผลให้หลายอย่างท้าทาย”นายอธิศกล่าว
ทั้งนี้ ผลประกอบการ 10 เดือนแรกของปี 67 ยังเติบโตเป็นอย่างดี โดยมียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 496,000 บัญชี เติบโต 6% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 317,000 ล้านบาท เติบโต 8% ยอดสินเชื่อใหม่ 78,000ล้านบาท เติบโต 4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยอดสินเชื่อคงค้าง 139,000 ล้านบาท

“คาดว่าช่วงปลายปีนี้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรและสินเชื่อจะเติบโตได้ดีจากการท่องเที่ยว การจับจ่ายในช่วงเทศกาล รวมถึงการซื้อกองทุนและประกันภัย ภายในปี 67 จะมียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 600,000 บัญชี (+7%), ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 393,000 ล้านบาท (+8%), ยอดสินเชื่อใหม่ 96,000 ล้านบาท (+5%) และยอดสินเชื่อคงค้าง 150,000 ล้านบาท (+1%)”นายอธิศกล่าว
