ซีไอเอ็มบีไทย รุกธุรกิจบริหารเงิน-มรดกคนรวย หนุนรายได้โต 20%
ต้นกุมภาฯ อีจัน
12 ธันวาคม 2567

วันนี้ (12 ธ.ค.67) นายติยะชัย ชอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Wealth & Preferred Segment ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด(มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ประเมินเศรษฐกิจปี 68 ความผันผวนในตลาดจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งนโยบายมีการเปลี่ยนแปลง ภาวะดอกเบี้ยขาลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม จากความผันผวนดังกล่าว ธนาคารได้เตรียมกลยุทธ์การลงทุนสำหรับลูกค้ามั่งคั่ง (Wealth Management) ใน 2 รูปแบบ คือ 1.ลูกค้าที่อยากป้องกันความผันผวน หรือกลุ่มรับความเสี่ยงต่ำ ธนาคารจะเน้นป้องกันเงินต้น หรือเลือกการลงทุนที่มีความปลอดภัยสูง เช่น แนะนำลงทุนในหุ้นกู้และพันธบัตร (บอนด์) ที่ความเสี่ยงน้อย
และ 2.ลูกค้ารับความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง ธนาคารจะสร้างรายได้ให้สม่ำเสมอจากการบริหารพอร์ตการลงทุนที่กระจายรายได้อย่างเหมาะสม เช่น การลงทุนในตราสารอนุพันธ์แฝง
ข่าวน่าสนใจอื่น
นายติยะชัยกล่าวว่า จากการธนาคารดำเนินธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth management) โดยช่วง 10 เดือนแรกปี 67 อัตราการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) คาดว่าจะเติบโตที่ 10% หรือราว 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินฝาก 35% และพอร์ตการลงทุน 65% และมีฐานลูกค้าราว 1 แสนราย อัตราการเติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ขณะเดียวกัน รายได้ธุรกิจเติบโตกว่า 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และการวางกลยุทธ์การจัดจำหน่ายสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มลูกค้าทั้งหมดของธนาคารเติบโตขึ้นมากกว่า 20%
นอกจากนี้ ช่วง 10 เดือนแรกของปี 67 รายได้จากธุรกิจประกันเติบโตขึ้นกว่า 37% ภายหลังจากธนาคารได้ความร่วมมือกับบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) เป็นปีแรก โดยปี 68 ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจประกัน 10-15%

นายติยะชัยกล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันขยายตัวมากขึ้นจากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการวางแผนมรดกของครอบครัว โดยคาดว่าการบริหารความคุ้มครอง และการวางแผนมรดกของครอบครัว เนื่องจากเกือบ 50% ของรายได้จากธุรกิจประกัน มาจากกลุ่มผู้สูงอายุซื้อประกันให้ลูกหรือหลาน เพราะมีอัตราดอกเบี้ยถูก และได้รับผลตอบแทนที่ดี ซึ่งผู้ที่ซื้อจะได้รบเงินปันผลด้วย
“การที่กลุ่มสูงวัยซื้อประกันให้กับลูก หลาน จะกลายเป็นเจนเนอร์ชั่นเวลธ์ทรานซ์เฟอร์เมชั่นจะเป็นเทรนด์ใหม่ของไทย ซึ่งถ้ามีการพาครอบครัวเข้ามาลงทุนจะได้เรียนรู้การลงทุน สอดคล้องกับแพ็กเกจที่ธนาคารตั้งไว้ โดยตัวนี้จะเข้ามาผลักดันธุรกิจที่สร้างรายได้มากขึ้น”นายติยะชัยกล่าว
นายติยะชัยกล่าวว่า ขณะเดียวกัน จะเน้นเงินฝากออมทรัพย์ของลูกค้าบุคคล โดยช่วง 10 เดือนแรกเติบโตเกินกว่า 34% มาจากการปรับผลิตภัณฑ์ และข้อเสนอตามที่ลูกค้าต้องการ เช่น CIMB Preferred Savings จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 2.2% ใน 4 เดือนแรก สำหรับลูกค้าใหม่ที่มีเงินฝากตั้งแต่ 3 ล้านบาท ถึง 500 ล้านบาท
“โดยปี 68 ตั้งเป้าเงินฝากออมทรัพย์ของลูกค้าบุคคลเติบโต 10% สัดส่วนเงินฝากปัจจุบันแบ่งเป็นเงินฝากประจำ 40% และเงินฝาก 60%”นายติยะชัยกล่าว

นายติยะชัยกล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าการเติบโต AUM ในปี 68 ราว 10% และรายได้อยู่ที่ 20% ธนาคารมุ่งขยายฐานลูกค้าที่มีศักยภาพสูง ไม่เน้นจำนวนราย ซึ่งกลุ่มที่มีการเติบโตค่อนข้างสูง จะอยู่ในกลุ่มที่มีเงินฝากและการลงทุน 10-30 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้ากลุ่มนี้ราว 7,000 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 25-26% ของพอร์ต AUM
“ปี 68 บทบาทการบริหารความมั่งคั่งของธนาคารจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยบริหารเงินลงทุนของลูกค้าในช่วงที่ตลาดมีความซับซ้อน และ ผันผวนมากขึ้น สำหรับลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ธนาคารได้คัดสรรกองทุนรวม หุ้นกู้อนุพันธ์แฝง และ ผลิตภัณฑ์ประกันที่มีการคุ้มครองเงินต้น”นายติยะชัยกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้น แต่ยังต้องการลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน และรับรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีความร่วมมือกับสถาบันการเงินระดับโลกที่มีความรู้ และประสบการณ์ในการบริหารการลงทุนทั่วโลกเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ามีทางเลือก และเครื่องมือสำหรับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดที่จะสูงขึ้นในปี 68