ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ย.67) เปิดตลาดที่ 34.08 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนลงหนัก”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
2 กันยายน 2567

วันนี้ (2 ก.ย.67) นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.08 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 33.88 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.95-34.15 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.75-34.50 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ 30 ส.ค.67 เงินบาททยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เข้าใกล้โซนแนวต้าน 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 33.85-34.10 บาทต่อดอลลาร์) ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่กลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องทะลุระดับ 146 เยนต่อดอลลาร์
ข่าวน่าสนใจอื่น
กดดันโดยส่วนต่างบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กับบอนด์ยีลด์ 10 ปี ญี่ปุ่น ที่กว้างมากขึ้น หลังบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงในฝั่งตลาดการเงินสหรัฐฯ ได้หนุนให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 3.90%
นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม จากโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเข้าใกล้โซนแนวรับระยะสั้น 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าเงินดอลลาร์จะทยอยแข็งค่าขึ้น หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทยอยออกมาดีกว่าคาด ทว่าเงินบาทกลับไม่ได้อ่อนค่าไปมากนัก หนุนโดยโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ แรงขายเงินดอลลาร์จากบรรดาผู้ส่งออก และจังหวะซื้อสินทรัพย์ไทยโดยนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับสัปดาห์นี้ ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ พร้อมจับตา ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย
นายพูนกล่าวว่า แนวโน้มของค่าเงินบาทมีโอกาสทยอยอ่อนค่าลง แต่ก็มีความเสี่ยงผันผวนสองทิศทาง (Two-Way Volatility) ขึ้นกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด นอกจากนี้ ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจจีน ซึ่งอาจกระทบทิศทางเงินหยวนจีน (CNY) ทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งทองคำและน้ำมันดิบ ซึ่งมีผลกับทิศทางเงินบาทได้เช่นกันในช่วงนี้
ในส่วนเงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสองทิศทาง (Two-Way Volatility) ซึ่งจะขึ้นกับการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด หลังรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ทั้งนี้ ควรจับตา สถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก เช่น ECB และ BOE ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางสกุลเงินหลัก ทั้งเงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ได้

“ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward”นายพูนกล่าว
ทั้งนี้ ประเมินเศรษฐกิจไทยผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนส.ค.67 โดยเฉพาะในส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ว่าจะมีทิศทางที่ชะลอตัวลงมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะช่วยสะท้อนแนวโน้มความต้องการบริโภคในประเทศ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) ในเดือนส.ค.67