“เอเซีย พลัส” ชี้สัญญาณสงครามตะวันออกกลางเบาลง ลุ้น SET รีบาวด์สู่ 1,500 จุด

บล.เอเซีย พลัส มองความตึงเครียดตะวันออกกลางเริ่มคลาย ความกังวลนักลงทุนลดลง สะท้อนผ่านดัชนี VIX ที่ปรับลง หนุนหุ้นไทยมีโอกาสทยอยฟื้น ลุ้นดัชนี SET กลับมาระดับ 1,500 จุด พร้อมแนะเลือกลงทุนหุ้นพลังงานและโรงกลั่นที่ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันสู

วันที่ 11 มี.ค. 2569 บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวขึ้นแรง ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนมากขึ้น โดยมองว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะบริเวณตะวันออกกลางและเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในหลายประเทศ

ในช่วงสั้นๆ มีหลายปัจจัยดูเอื้อให้สงครามในตะวันออกกลางดูเบาลง มีรายละเอียดดังนี้

  1. สถานการณ์ปัจจุบันผ่อนคลายลง หลัง ปธน.สหรัฐฯ ประกาศสงครามอิหร่านใกล้จบ จากเคยบอก 4-
    5 สัปดาห์ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องและรุนแรง สร้างความเสียหายให้กับ
    โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และมีหลายประเทศลดกำลังผลิตน้ำมัน อาทิ UAE, คูเวต, อิรัก, ซาอุฯ เป็น
    ต้น เพราะส่งออกไม่ได้จากผลกระทบของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  2. สหรัฐฯ อาจเร่งให้สงครามจบเร็วขึ้น และให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งกลางเทอมด้วย หลังพรรค
    REPUBLICAN มีแนวโน้มสูญเสียคะแนนนิยมจากการทำสงครามของทรัมป์ ขณะที่ผลโพลจาก
    POLYMARKET เผยพรรค DEMOCRAT มีความน่าจะเป็นมากขึ้นที่จะชนะการเลือกตั้งกลางเทอมทั้ง
    สภาบน (SENATE) และสภาล่าง (HOUSE)
  3. ขีปนาวุธอิหร่านที่มีและที่ปล่อยลดลงอย่างมีนัยฯ โดยอิหร่านสูญเสียเครื่องยิงขีปนาวุธ (LAUNCHERS)
    ไปแล้วราว 75% และสูญเสียสต็อกขีปนาวุธระยะกลาง (MRBM) และขีปนาวุธระยะสั้น (SRBM) ในอัตรา
    สูงมากเกินครึ่ง ขณะที่จำนวนการยิงขีปนาวุธรายวันลดลง 97% เทียบกับวันแรก และการลดลงมีอัตรา
    เร่งที่เร็วกว่าช่วงเวลาเดียวกับสงครามเมื่อปีก่อน
  4. ความคาดหวัง G7 ปล่อยน้ำมันสำรองมาใช้ ไม่ให้ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงักราว 300 – 400 ล้านบาร์เรล
    (สูงกว่าวิกฤตอื่นๆ ที่ผ่านมา) และแก้ปัญหาพลังงานโลกขาดแคลนชั่วคราว คาดช่วยคลายความกังวล
    SUPPLY SHORTAG
  5. ความไม่แน่นอนที่ช่องแคบฮอร์มุซยังมี แต่อารมณ์ความกลัวของนักลงทุนลดลง มักหนุนหุ้นให้ค่อยๆ
    ทยอยฟื้นกลับมาได้ สังเกตได้จาก VIX INDEX ที่เคยขึ้นไปถึง 35 เข้าใกล้ช่วงพีคตอนสงคราม รัสเซีย-
    ยูเครน ที่ 37 ล่าสุดย่อตัวลงมาเหลือ 24 เทียบตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน VIX ผ่านพีค SET ทยอยฟื้น
    ได้ 1 เดือน ขึ้นราว 5% และสามารถปิดช่องว่างที่ลงมาได้ รอบนี้หวัง SET จะกลับไปที่ 1500 จุด

อย่างไรก็ตาม ในมุมของการลงทุน หุ้นบางกลุ่มยังได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะ

  • กลุ่มพลังงานต้นน้ำ เช่น บริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  • กลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น

ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ “Sniper” หรือการ เลือกหุ้นเฉพาะตัว (Selective Buy) เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันสูง รวมถึงหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดผันผวนขณะเดียวกัน นักลงทุนควรระมัดระวังความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานและตลาดทุนผันผวนต่อเนื่องในระยะสั้น