พลังงาน แจง “ค่าการกลั่น” พุ่งเป็นกลไกปกติ ยันไม่ผลต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊ม

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

13 มีนาคม 2569

พลังงาน แจง “ค่าการกลั่น” พุ่งเป็นกลไกปกติ ยันไม่ผลต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊ม

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ได้หารือกับผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในประเทศเกี่ยวกับความผันผวนของราคาน้ำมันและประเด็นค่าการกลั่น (Refinery Margin) โดยกระทรวงพลังงานตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่า ไม่พบความผิดปกติของค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นในช่วงนี้

การปรับขึ้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยโรงกลั่นหรือภาครัฐ แต่เป็นผลจากกลไกตลาดสากล โดยคำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล และ LPG ที่อิงราคาตลาดภูมิภาค หรือม็อบสิงคโปร์ (MOPS) หักลบกับต้นทุนน้ำมันดิบตามกลไกการซื้อขายล่วงหน้า

ค่าการกลั่นที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รายงาน เป็นเพียงการสะท้อนสถานการณ์ตลาด ซึ่งมีทั้งช่วงบวกและติดลบ และไม่ได้สะท้อนกำไรที่แท้จริงของโรงกลั่นเสมอไป หากโรงกลั่นไม่มีประสิทธิภาพ แม้ค่าการกลั่นสูงก็อาจขาดทุนได้

นอกจากนี้ หากโรงกลั่นซื้อน้ำมันดิบในราคาสูง แต่เมื่อกลั่นเสร็จแล้วราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกปรับลดลง ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการขาดทุนเช่นกัน

ส่วนผลกระทบต่อประชาชน นายสราวุธ ระบุว่า ค่าการกลั่นเป็นเพียงดัชนีที่บอกส่วนต่างราคาน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละวัน ไม่ได้มีผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊ม โดยราคาขายปลีกจะอิงราคาหน้าโรงกลั่น บวกภาษีและกองทุนต่าง ๆ ตามกลไกตลาดเสรี

อย่างไรก็ตาม ในบางช่วง เช่น สถานการณ์สงคราม ราคาน้ำมันสำเร็จรูปอาจปรับขึ้นอย่างรวดเร็วจากความตื่นตระหนกของตลาด แม้ต้นทุนน้ำมันดิบยังไม่เพิ่มขึ้นก็ตาม

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันในสัปดาห์หน้า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจัดทำฉากทัศน์เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน ก่อนเสนอต่อ ศบก.

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างศึกษาทางเลือกการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย โดยพบว่าในเชิงเทคนิคโรงกลั่นในประเทศไทยสามารถรองรับน้ำมันดิบจากรัสเซียได้ ขั้นตอนต่อไปจะประสานกับกลุ่มโรงกลั่นและเทรดเดอร์เพื่อพิจารณารายละเอียดการจัดซื้อ ซึ่งเบื้องต้นจะอิงราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการบริหารต้นทุนพลังงานของประเทศและทดแทนการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง