“โรงแรมไทย” รายได้วูบ! หนักสุดในรอบ 5 ปี ต้นทุนพุ่ง แข่งขันเดือด

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

3 กันยายน 2568

“โรงแรมไทย” รายได้วูบ! หนักสุดในรอบ 5 ปี ต้นทุนพุ่ง แข่งขันเดือด

(วันนี้ 3 ก.ย. 68) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน คาดว่ารายได้รวมทั้งปี 2568 จะหดตัว 4.5% จากปีก่อนหน้า เหลือมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท ถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี

วาริธร ศิริสัตยะวงศ์ ผู้บริหารงานวิจัยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า รายได้ห้องพักลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัว รวมถึงราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่ปรับลดลงถึง 4% และรายได้จากการจัดประชุม-สัมมนาที่ซบเซา ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรงแรมทั่วประเทศปีนี้อยู่ที่เพียง 69.83% ลดลง 2.3% จากปี 2567

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่า อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 71.66% ลดลง YoY ขณะที่ดัชนีราคาห้องพักเฉลี่ยร่วงกว่า 5% ผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อดึงลูกค้า ท่ามกลางการแข่งขันจากจำนวนห้องพักสะสมที่สูง โดยเฉพาะในกลุ่ม Midscale ซึ่งมีราคาห้องเฉลี่ยเพียง 1,850 บาท/คืน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังเตือนว่า แรงกดดันที่ต้องจับตา ได้แก่

  • จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้คาดลดลง 9% เหลือ 32.2 ล้านคน
  • นักท่องเที่ยวจีนหดตัว 35% YoY เหลือ 2.7 ล้านคน ในช่วง ม.ค.-ก.ค. 2568
  • ขณะที่เวียดนามดึงนักท่องเที่ยวจีนได้เพิ่มขึ้น 46% YoY อยู่ที่ 3.1 ล้านคน

แม้ไทยยังคงมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมมากกว่าเวียดนาม แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป ภายใน 10 ปี เวียดนามจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมแซงไทย

ปัจจัยเสี่ยงที่กดดันธุรกิจโรงแรมไทย ได้แก่ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา การแข่งขันรุนแรงโดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลักที่มีห้องพักสะสมสูง (กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี) ตลอดจนต้นทุนค่าแรงที่พุ่งขึ้นเฉลี่ย 25-30% ของต้นทุนทั้งหมด

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า โรงแรมที่จะปรับตัวได้คือกลุ่มที่เน้นตลาดในประเทศ จังหวัดปลายทางท่องเที่ยวคนไทย เช่น กาญจนบุรี พังงา นครศรีธรรมราช และนครพนม รวมถึงผู้ประกอบการที่ปรับกลยุทธ์สู่ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับดีมานด์ใหม่และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต