ทองทุบสถิติใหม่ พุ่งแตะ 4,630 ดอลล์ “ทองไทย” 68,750
ต้นกุมภาฯ อีจัน
13 มกราคม 2569

วันนี้ (13 ม.ค.69) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง +250 บาท ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 67,850 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 67,950 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 66,491.76 บาทต่อบาททองคำ และขายออกบาทละ 68,750 บาทต่อบาททองคำ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) สรุปภาพรวมตลาดทองคำ โดยราคาทองคำโลกปิดพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันจันทร์ (12 ม.ค.) จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และข่าวฝ่ายบริหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อประธานเฟด เจอโรม พาวเวล ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ
ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 77.0 เหรียญ หรือ 1.7% ที่ระดับ 4,598.0 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 6.24 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,070.8 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ขายสุทธิ 1.19 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 1.19 ตัน
ผู้เชี่ยวชาญจาก Bloomberg ชี้ว่าราคาทองคำที่ทุบสถิติสูงสุด สะท้อนถึงวิกฤตความเสี่ยงรอบด้านทั้งการเงินและภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างหนัก จนมีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ในเร็ว ๆ นี้
สภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า ปี 2569 มี 3 สถานการณ์หลักที่อาจเกิดขึ้น นอกเหนือจากมุมมองตลาดทั่วไป ได้แก่สถานการณ์แรก เศรษฐกิจมหภาคชะลอตัวเล็กน้อย ซึ่งจะเอื้อต่อทองคำในระดับปานกลาง ราคามีโอกาสปรับขึ้นราว 5–15% จากการลดดอกเบี้ยของเฟดและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนสถานการณ์ที่สอง “วังวนวิกฤต” หรือ Doom Loop ซึ่งเป็นกรณีที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรงควบคู่กับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคามีโอกาสพุ่งขึ้นถึง 15–30% ภายในปีเดียว ขณะที่สถานการณ์สุดท้าย คือ การกลับมาของภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งจะกดดันราคาทำให้ราคามีความเสี่ยงปรับลดลงราว 5–20%
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (13 ม.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.7% เช่นกันในเดือนพ.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพ.ย.