ส่งออกไทยโตแรง! ก.ย. พุ่งแตะ 19% สูงสุดในรอบ 42 เดือน

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

28 ตุลาคม 2568

ส่งออกไทยโตแรง! ก.ย. พุ่งแตะ 19% สูงสุดในรอบ 42 เดือน

(วันนี้ 28 ต.ค. 68) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ 30,970.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.0 ล้านล้านบาท ขยายตัว 19.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 และเป็นระดับที่ สูงสุดในรอบ 42 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 29,695.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.2% ทำให้ไทยเกินดุลการค้า 1,275.2 ล้านดอลลาร์สหรั

นายนันทพงษ์กล่าวว่า การส่งออกที่ฟื้นตัวแรงกว่าคาด เป็นผลจากความชัดเจนของ มาตรการภาษีนำเข้าต่างตอบแทนของสหรัฐฯ และสัญญาณการ ผ่อนคลายนโยบายการค้า ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศการค้าโลกฟื้นตัว การส่งออกของไทยไปยังตลาดหลักอย่าง สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน กลับมาขยายตัวดี รวมถึงตลาดรองอย่าง เอเชียใต้ ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ที่เติบโตต่อเนื่อง

ผลจากการฟื้นตัวดังกล่าว ทำให้การส่งออกไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.–ก.ย. 2568) ขยายตัว 13.9% มีมูลค่ารวม 254,146.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.39 ล้านล้านบาท ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 11.9% มีมูลค่า 254,575.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 8.51 ล้านล้านบาท ดุลการค้าขาดดุลเพียง 429.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 119,437 ล้านบาท

สนค. มองว่าแนวโน้มการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2568 มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จากทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการกลับมาของกำลังซื้อสินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงอัตราภาษีส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ที่ระดับ 19% ซึ่งยังสามารถแข่งขันได้ในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ปรับเป้าหมายการส่งออกปี 2568 จากเดิม 2-3% เป็น 9.4-10.4% โดยหากช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีสามารถส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 25,000-26,000 ล้านดอลลาร์ จะทำให้มูลค่าส่งออกทั้งปีแตะ 326,000-332,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10.5-10.67 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นตัวเลข สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไทย

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิด ได้แก่ ความผันผวนของค่าเงินบาท ซัพพลายสินค้าจากจีน และทิศทางการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้เงินบาทแข็งค่าและกระทบความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก

สำหรับหมวดสินค้าหลัก การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในเดือนกันยายนหดตัวรวม 8.1% โดยสินค้าเกษตรหดตัวต่อเนื่อง 18.2% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรกลับมาขยายตัว 4.1% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน สินค้าที่เติบโตได้ดี ได้แก่ ไก่แปรรูป ซึ่งขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์, ไขมันและน้ำมันพืช–สัตว์ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปน้ำตาลทราย, และ กุ้งแช่แข็ง ขณะที่สินค้าที่หดตัวได้แก่ ข้าว (-31.4%) และ ยางพารา (-15.3%) จากตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย แม้จะยังขยายตัวได้ในตลาดจีนและยุโรปบางประเทศ

ในภาพรวม 9 เดือนแรกของปี การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวเล็กน้อย 0.6% ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวแข็งแกร่งถึง 26.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 สินค้าหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตคือ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รถยนต์และส่วนประกอบ, และ อัญมณีเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ส่วนสินค้าที่ชะลอตัวคือกลุ่มเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

นายนันทพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งออกไทยในช่วงปลายปี 2568 จะยังคงขยายตัว แม้ในอัตราที่ชะลอลงบ้าง แต่จะได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลและอาหารแปรรูปที่ยังเป็นที่ต้องการในตลาดโลก กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มศักยภาพการค้า ทั้งการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้า การเร่งปิดดีล FTA ที่อยู่ระหว่างเจรจา การเข้มงวดตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าในกลุ่มเฝ้าระวัง และการสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย เพื่อให้เป้าหมายการส่งออกปีนี้บรรลุผล และสร้างสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย