ทุบวงจรรีดส่วย “ศุลกากร” เตรียมเปิดระบบ เช็กภาษีออนไลน์ ดีเดย์ มิ.ย. 69

“ศุลกากร” ลุยทุบวงจรรีดส่วย ชูระบบเช็กภาษีนำเข้าออนไลน์ จ่อดีเดีย์เดือนมิ.ย. 69 ลดช่องเรียกเงินใต้โต๊ะ ดันยอดเก็บภาษีปี 69 พุ่งทะลุ 6 แสนล้านบาท

วันนี้ (29 พ.ค. 69) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและยกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ความเป็นดิจิทัล กรมฯ เตรียมเปิดใช้งานระบบ “Tarriff e-Service” ในเดือนสิงหาคมนี้

โดยระบบดังกล่าวจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถยื่นขอและสืบค้นพิกัดอัตราภาษีศุลกากรล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ว่าสินค้าของตนจัดอยู่ในพิกัดใด ต้องเสียภาษีในอัตราเท่าไหร่ และต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใดบ้าง คำวินิจฉัยจากระบบนี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมายนานถึง 3 ปี จากเดิมที่เปิดให้เฉพาะผู้ประกอบการเท่านั้น

“ในอดีตเรื่องพิกัดศุลกากรเป็นเรื่องยากและซับซ้อน เกิดการตีความและเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจ ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ แต่ระบบใหม่นี้จะช่วยให้เกิดความโปร่งใส เจ้าหน้าที่และผู้รับบริการไม่ต้องเจอหน้ากัน ลดปัญหาข้อโต้แย้ง และใช้คำวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานเดียวกันได้ทั่วประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้าทั้งหมดประมาณ 21,000 พิกัด ในจำนวนนี้มีถึง 9,400 พิกัดที่ต้องขออนุญาตจาก 23 หน่วยงาน ซึ่งเราได้เชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ National Single Window ไว้แล้ว” นายพันธ์ทอง ระบุ

สำหรับภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในปีนี้ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ยอดจัดเก็บภาษีรวมที่กรมฯ ดำเนินการจัดเก็บให้หน่วยงานอื่นด้วย เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทย คาดว่าจะทะลุ 600,000 ล้านบาท สูงกว่าปี 2568 ที่ผ่านมาที่ทำได้กว่า 590,000 ล้านบาท

โดยปัจจัยหลักมาจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่เติบโตขึ้นตามยอดการนำเข้า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการจัดเก็บอากรศุลกากรขาเข้าโดยตรงมีแนวโน้มลดต่ำลง ปัจจุบันจัดเก็บได้ประมาณ 7% ของประมาณการเนื่องจากผลกระทบของข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศต่างๆ และนโยบายยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV เป็น 0%

นอกจากนี้ ภาพรวมการนำเข้าและส่งออกของไทยยังคงขยายตัว โดยเฉพาะการใช้สิทธิประโยชน์ผ่าน BOI ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาพบว่าเพิ่มขึ้นกว่า 35% ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจ AI ศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจร และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์