ธปท. จ่อคุมกู้สินเชื่อ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” ห่วงผู้กู้หนี้ท่วมเจอ “ดอกโหด”

“แบงก์ชาติ” จ่อคุมกู้สินเชื่อธุรกิจให้บริการ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” คาดปี 2569 ชัดเจน หลังห่วง “ลูกหนี้” หันผ่อนสินค้าไม่จำเป็นพุ่ง เช่น มาสคาร่า ทำหนี้ท่วม อ่วมเจอ “ดอกโหด” จนจ่ายคืนไม่ไหว

วันนี้ (19 พ.ค.69) นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์และทิศทางการกำกับดูแลสินเชื่อให้บริการซื้อก่อน จ่ายทีหลัง หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ปัจจุบันกระแสของการใช้บริการมากขึ้น ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ

นายสมชายกล่าวว่า BNPL แท้จริงแล้วคือพัฒนาการทางการเงิน ที่ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่เอี่ยมเสียทีเดียว หากย้อนกลับไปในอดีต การขายแบบผ่อนชำระหรือสินเชื่อในลักษณะนี้มีมานานแล้ว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่มันถูกนำมาวิวัฒน์ไปกับตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้การเข้าถึงสินค้าและบริการทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก

อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติมองว่า BNPL เป็นเหรียญสองด้านที่มีทั้งประโยชน์และจุดที่ต้องเฝ้าระวัง ในมุมของประโยชน์นั้น BNPL สามารถช่วยปิด gap บางช่วงเวลา ให้กับผู้บริโภคที่มีความจำเป็นต้องใช้สินค้าแต่กำลังรอรายได้เข้ามา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือความจำเป็นในช่วงเปิดเทอม

“เช่น เราจำเป็นต้องใช้ของใช้ที่จำเป็น ชุดนักเรียนของลูกเรา เพื่อใช้ในช่วงเปิดเทอม แล้วเดี๋ยวเงินเราได้ เราก็ไปชำระ ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์ความจำเป็นในการบริโภคที่ถูกที่ถูกเวลา”

ในทางกลับกัน ข้อควรระวังที่สำคัญคือความเสี่ยงในการบริโภคเกินความจำเป็น โดยมีการตั้งคำถามถึงการผ่อนชำระสิ่งของเล็กน้อย เช่น ถ้าต้องไปผ่อนมาสคาร่าหรืออะไรบางอย่างที่ถ้าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบอาชีพ มันก็อาจจะเกินความจำเป็นไปหรือเปล่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องภาระหนี้ที่อาจเกินความสามารถในการจ่ายคืน รวมถึงผู้ให้บริการบางรายอาจมีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ “เกินเลยไปมาก”

นายสมชายกล่าวว่า การกำกับดูแลยืนยันว่า ธปท. กำลังดูอยู่ และต้องดูทุกด้านอย่างรอบด้าน โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2569 น่าจะมีมีความชัดเจนขึ้น ว่าธุรกิจ BNPL ควรเข้าไปกำกับดูแลหรือไม่ และควรกำกับดูแลแค่ไหนและอย่างไรต่อไป

สำหรับทิศทางโครงสร้างผู้ให้บริการในปัจจุบัน แบงก์ชาติอธิบายว่าสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอยู่แล้ว (สำหรับผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาตจากแบงก์ชาติซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์) และกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแบงก์ชาติ ซึ่งในส่วนของกลุ่มหลังนี้ ทีมงานกำลังวิเคราะห์และชั่งน้ำหนักอย่างเหมาะสมว่าจะเข้าไปดูแลในมิติใดบ้าง

“ขณะนี้จะยังไม่มีตัวเลขสถิติที่ระบุชัดเจนว่าขนาดของตลาด BNPL ใหญ่เพียงใดเมื่อเทียบกับระบบการเงินโดยรวม แต่ยืนยันว่ามีทีมที่ศึกษาและประเมินเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด การกำกับดูแล BNPL จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการควบคุม แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินกับการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ติดกับดักหนี้จนเกินตัว”