ส.อ.ท.ทนไม่ไหว คอร์รัปชันรัฐไทยแรงจัด ระบบอุปถัมภ์เอื้อประโยชน์
ต้นกุมภาฯ อีจัน
1 เมษายน 2569

วันนี้ (1 เม.ย.69) หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 49 ประจำเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “เอกชนไม่ทน: เสียงสะท้อนภาคธุรกิจกับปัญหาคอร์รัปชัน” จากผู้บริหาร 645 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 จังหวัด พบว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจไทย
หม่อมหลวงปีกทอง กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนภาพชัดว่า “ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ถึง 85.7% เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันรุนแรงมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต สะท้อนปัญหาที่ฝังลึกและบั่นทอนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง”
ชี้ต้นตอเชิงโครงสร้าง—อุปถัมภ์ กฎหมายอ่อน ดุลยพินิจสูง สาเหตุหลักของคอร์รัปชัน อันดับ 1 คือ วัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์และผลประโยชน์ทับซ้อน 70.9% รองลงมาคือ ช่องว่างของกฎหมายและการบังคับใช้ไม่เข้มงวด 57.2% และการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐที่เปิดช่องให้ใช้อำนาจโดยมิชอบ 53.0% รวมถึงการเมืองแทรกแซงระบบราชการ 49.6%
ฮั้วประมูล-ติดสินบน พฤติกรรมยอดฮิต รูปแบบการทุจริตที่พบมากที่สุด คือ การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ล็อกสเปก ฮั้วประมูล 81.4% ตามด้วยการติดสินบน 72.6% และการทุจริตเชิงนโยบาย 69.8% สะท้อนว่าปัญหาลามตั้งแต่ระดับปฏิบัติการถึงเชิงนโยบาย
ต้นทุนพุ่ง—ธุรกิจแบกภาระหนัก มากกว่า 55.5% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ต้นทุนจากคอร์รัปชันสูงเกิน 20% ของต้นทุนทั้งหมด ขณะที่ 61.2% ยอมรับว่าเคยเผชิญการเรียกรับผลประโยชน์โดยตรง ตอกย้ำว่าปัญหานี้กระทบขีดความสามารถการแข่งขันและประสิทธิภาพเศรษฐกิจโดยรวม
เร่งปฏิรูป—ดันดิจิทัล-เปิดข้อมูล ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหา โดยอันดับ 1 คือ ปฏิรูปกฎหมายและบังคับใช้เข้มงวด 64.5% รองลงมาคือ ขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ลดดุลยพินิจ และเปิดเผยข้อมูล (Open Data) 60.2% รวมถึงเพิ่มช่องทางร้องเรียน คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส 55.5% และยกระดับระบบตรวจสอบโครงการรัฐ 54.9%
“การแก้คอร์รัปชันต้องทำอย่างเป็นระบบ ทั้งปฏิรูปกฎหมาย ใช้เทคโนโลยีลดช่องโหว่ เปิดข้อมูลให้ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น ดึงดูดการลงทุน และยกระดับเศรษฐกิจไทยให้โปร่งใสและยั่งยืนในระยะยาว”