ทองบินพุ่ง +1,150 รับสหรัฐฯ-อิสราเอลทำสงคราม “อิหร่าน” “ทองไทย” เด้ง 79,550
ต้นกุมภาฯ อีจัน
2 มีนาคม 2569

วันนี้ (2 มี.ค.69) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง +1,450 ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 77,400 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 77,600 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 75,845.78 บาทต่อบาททองคำ และขายออกบาทละ 78,400 บาทต่อบาททองคำ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยว่าสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ดันทองพุ่งแรงสู่บริเวณ $5,335 นักลงทุนจับตาตัวเลขสหรัฐฯ สัปดาห์นี้
ราคาทองคำตลาดโลก เปิดตลาดเช้านี้ (2 มี.ค.) ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนรุกซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต
ณ เวลา 06.34 น. ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 120.90 ดอลลาร์ หรือ 2.30% แตะที่ 5,368.80 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองคำตลาดโลก (27 ก.พ.) ปิดปรับตัวขึ้น 95.0 เหรียญ หรือ 1.83% ที่ระดับ 5,279.0 เหรียญ
โดยราคาปัจจุบัน (2 มี.ค.) อยู่ที่บริเวณ 5,365 เหรียญ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.6% จากราคาปิดวันก่อนหน้า
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,101.33 ตัน ภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์ ซื้อสุทธิ 14.23 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 29.34 ตัน
สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าวัตถุประสงค์หลักของการโจมตีคือการปกป้องชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามที่จวนตัวจากอิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมอิสราเอลที่ระบุว่าเป็นการปฏิบัติการเพื่อขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล
ทางด้านอิหร่านได้ตอบโต้อย่างรวดเร็วด้วยการประกาศว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ทุกแห่งในภูมิภาคเป็นเป้าหมายโจมตีที่ชอบธรรม พร้อมระดมถล่มทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยมีรายงานเหตุระเบิดในหลายประเทศ อาทิ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย
เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที เพื่อลดความเสี่ยงการขยายวงของความขัดแย้งในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ภายในสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญแรงกดดันจากทั้งพรรคเดโมแครตและสมาชิกบางส่วนของพรรครีพับลิกัน ที่มองว่าการดำเนินปฏิบัติการทางทหารโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอาจขัดต่อกฎหมาย และเรียกร้องให้สภาคองเกรสลงมติในประเด็นดังกล่าวโดยเร็ว
สัปดาห์นี้นักลงทุนยังคงติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP รายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงิน