“อิตาเลียนไทย” ซ้ำรอยอุบัติเหตุ 1 ปีเจอ 4 เหตุก่อสร้าง คร่าชีวิตประชาชน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
14 มกราคม 2569

ยังไม่พ้นปีใหม่ 2569 ก็เกิดเหตุสลดที่เรียกว่าเป็นโศกนาฏกรรมรับปีม้าเลยก็ว่าได้ ภายหลังจากเกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงสร้างยกระดับของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เกิดถล่มร่วงใส่รางรถไฟเดิม ซ้ำร้ายเป็นจังหวะเดียวกับที่รถไฟขบวนที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี) กำลังวิ่งผ่านไปตามเว้นทางปกติ
โดยความเสียหายรุนแรงถึง “ชีวิต” ของประชาชนที่โดยสารในรถไฟขบวนดังกล่าว พบว่าเสียชีวิตแล้ว 32 ราย ได้รับบาดเจ็บ 70 ราย จากผู้ที่ตีตั๋วขึ้นรถไฟจำนวน 208 คน และขณะนี้ตัวเฃขยังไม่จบ และยังคงมีการค้นหาผู้สูญหายเพิ่มเติม
สำหรับพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทาง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา งานโยธา สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กม. วงเงิน 9,848 ล้านบาท
ซึ่งมี “บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD” เป็นผู้รับจ้างในส่วนของงานโยธา
โครงการดังกล่าวข้อมูลล่าสุด ระบุว่าสัญญามีการขยายแล้ว 2 ครั้ง จะสิ้นสุดวันที่ 23 ตุลาคม 2569 จากสัญญาเดิมสิ้นสุด 10 มกราคม 2567 โครงการในสัญญานี้เกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ด้วยความคืบหน้าล่าสุดสะสมสูงถึง 99.54% ณ เดือนธันวาคม 2568
อย่างไรก็ตาม พบว่า ITD รับงานจ้างอีก 2 สัญญา คือ สัญญาที่ 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 6,573 ล้านบาท และ สัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กม. วงเงิน 9,348.99 ล้านบาท
สัญญานี้ ผู้รับจ้างโครงการ คือ บจ. กิจการร่วมค้า ITD – CREC No.10 ซึ่งเป็นบริษัทที่อิตาเลียนไทย และบริษัทวิศวกรรมรถไฟของจีน คือ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัทแม่ ไชน่า เรลเวย์ กรุ๊ปหรือ CREC
หากจำกันได้ดีชื่อบริษัททั้งไทยและจีนคุ้นหูคนไทยพอสมควร กับเหตุการณ์สดๆ ร้อน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหว ทำให้อาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่พังถล่มลงมาทั้งตึก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ วันที่ 15 มี.ค.68 เกิดอุบัติเหตุคานคอนกรีตถล่มบนโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก (ทางด่วนพระราม 2) เป็นผลทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากเช่นกัน
เรียกว่าผ่านมาไม่ครบ 1 ปี การก่อสร้างภายใต้สัญญาของ “ITD” เกิดอุบัติเหตุใหญ่ไปแล้ว 3 ครั้ง จึงเกิดการตั้งคำถามในสังคมถึงความปลอดภัยในการก่อสร้างว่ามี “มาตรฐาน” การทำงานที่สวนทางกับที่ได้ “รางวัล” สถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ปี 2568 และมีการจัดฝึกอบรม “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน” (Safety Officer at Supervisory Level) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือในเดือนธันวาคม 2568
ความคืบหน้าล่าสุด บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือแถลงการณ์ โดยระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสูญเสียและบาดเจ็บ กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา บริษัทฯ พร้อมแสดงความรับผิดชอบที่จะให้การช่วยเหลือในการชดเชยเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสียและการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่”
ขณะที่ “กระทรวงคมนาคม” ประสานไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นผู้ใช้แรงงานหรือไม่ หากเข้าข่ายตามกฎหมาย จะได้เร่งประสาน สำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เพื่อให้การเยียวยาและช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด
รวมถึง “การรถไฟแห่งประเทศไทย” ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น และเตรียมดำเนินการฟ้องร้องต่อ ITD เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของการรถไฟฯ เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่พ้น 24 ชั่วโมงดี ก็เกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างอีกครั้ง เช้า (15 ม.ค.69) เกิดเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่มลงมาบริเวณเกาะกลางถนน ขาออกกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นสะพานท่าจีน ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งความเสียหายเบื้องต้นคือรถยนต์ 2 คัน ที่ถูกกดทับอย่างรุนแรง
หากจะถามถึง “ผู้รับเหมาก่อสร้าง” ก็หนีไม่พ้น “บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)” เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือเป็นโครงการพระราม 2 ที่ก่อสร้างมาแล้วหลายปี แต่ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดสักที จนเกิดเหตุซ้ำในบริเวณโดยรอบโครงการฯ หลายครั้ง ซึ่งเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และชีวิตประชาชนต่อเนื่อง
จากเหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรงซ้ำซ้อนในเจ้าของผู้ก่อนสร้างงานเดียวกันถึง 2 โครงการณ์ ทำให้ “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมระงับการก่อสร้างโครงการที่เกี่ยวกับทางยกระดับทั้งหมดเอาไว้ก่อน จนกว่าจะเช็กลิสต์เรื่องมาตรฐานความปลอดภัย โดยจะเรียกผู้รับเหมาทุกรายมาหารือกัน แล้วกำหนดเช็กลิสต์ใหม่ และทุกรายต้องปฏิบัติตามนี้ให้รัดกุมแล้วถึงจะให้ก่อสร้างใหม่ต่อไป
กระนั้นแล้ว “อุบัติเหตุ” ที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ต้องตั้งคำถามตั้งแต่ “การจัดซื้อจัดจ้าง” ที่เมื่อมีการประมูล “รัฐบาล” มักจะตั้งสเปกไม่สูงที่มองดูแฃ้วอาจเป็นจุดสตาร์ทที่ต้องแก้ไขเป็นอันดับแรก…