“อนุทิน” นำรัฐบาลใหม่ ถวายสัตย์ปฏิญาณฯ เข้าสภาฯ 9-10 เม.ย.69
ต้นกุมภาฯ อีจัน
6 เมษายน 2569

วันนี้ (6 เม.ย.69) ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ต่อไป พร้อมกันนี้ นาายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ (ครม.พิเศษ) ณ ทำเนียบรัฐบาล
ในโอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าถวายสัตย์จำนวน 35 ท่าน
ข้าพเจ้ายินดีที่ได้พบกับท่านทั้งหลายในโอกาสที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรีและมาถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อที่จะได้ไปทำหน้าที่ในการบริหารกิจการบ้านเมืองต่อไป
การทำหน้าที่ของท่านนั้นมีผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือผลต่อประชาชนสมควรจะต้องได้รับได้รับความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างหนึ่ง คือผลประโยชน์ต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรจะต้องงอกงามไพบูลย์ในวิถีทางที่ถูกต้อง อีกอย่างหนึ่งคือผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรจะต้องมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นและพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน
หากทุกท่านปฎิบัติหน้าที่โดยระลึกถึงผลประโยชน์ทั้งสามส่วนนี้เป็นจุดหมายสูงสุด ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ นำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง
ขออำนวยพรให้ทุกท่านสำเร็จต่อการปฎิบัติหน้าที่และมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวก่อนการประชุม ครม. นัดพิเศษ ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ มีความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่รัฐมนตรีทุกท่านได้เปล่งวาจาต่อเบื้องพระพักตร์ต่อองค์พระประมุขของชาติ ขอให้เป็นแนวทางในการทำงาน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน
คณะรัฐมนตรีชุดนี้ อาจต้องเป็นคณะรัฐมนตรีที่ทำงานอย่างหนัก ไม่มีเวลาที่เรียกว่าการทดลองงาน ถือว่าทุกท่านได้ผ่านการทดลองงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่โลกทั้งโลกมีวิกฤตจากความขัดแย้ง ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าทุกความร่วมมือของรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ เราจะต้องแก้ไขปัญหา และลดความเดือดร้อน และทำให้ประเทศได้พัฒนาต่อไป เดินก้าวหน้าต่อไป โดยการทำงานของทุกคนให้ยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมายที่ร่วมกัน