“ไชยชนก” แจก AI ฟรี! งบฯ 1.6 พันล้าน “โคตรคุ้ม” เปิดกดสิทธิ มิ.ย. 69

โคตรจะคุ้ม! “ไชยชนก” แจก AI ให้คนเริ่มทำงาน-คนทั่วไป “ฟรี” เปิดกดสิทธิ มิ.ย. 69 โต้ฝ่ายค้าน ยันใช้งบฯ 1.6 พันล้าน ”โคตรจะคุ้ม“ ชวนให้รอดูโปรเจกต์ได้เลย

หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแรงเสียดทานอย่างรุนแรงจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะจากฝั่งฝ่ายค้าน เกี่ยวกับโครงการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ล่าสุดโครงการดังกล่าวเริ่มมีความชัดเจนและเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกในการเตรียมความพร้อมให้กับประชากรไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัล

วันนี้ (28 พ.ค.69) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ว่า ในปัจจุบันได้เริ่มเปิดให้มีการสมัครในเบื้องต้นแล้ว และมีกำหนดการที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในเดือนหน้า (มิ.ย.69) ซึ่งจะมีการระดมโปรโมทอย่างเต็มรูปแบบ

“เรียนเลยว่าเป็นโครงการที่ดีมากๆ AI Literacy รวม AI ดีๆ ต่างๆ แต่ผมก็เห็นหลายฝ่ายมาโจมตีอย่างรุนแรงมาก ผมก็บอกว่า เดี๋ยวรอชมเถอะครับ อันนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ แล้วก็เป็นประโยชน์กับ User แน่นอน การให้โปร สิทธิ์ฟรี ของกลุ่มยักษ์ใหญ่แบบนี้ไม่บ่อยนะ”

ไฮไลท์สำคัญของโครงการนี้คือการมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “AI Literacy” หรือความรู้เท่าทันและทักษะในการใช้งาน AI อย่างแท้จริง โดยเนื้อหาในโครงการจะประกอบด้วยคอร์สเรียนที่ได้รับสิทธิ์ (License) อย่างถูกต้องจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่างกลุ่ม OpenAI ซึ่งจะเน้นการสอนตั้งแต่โครงสร้างการสั่งงาน (Prompt Engineering) ตลอดจนเทคนิคการนำไปประยุกต์ใช้งานในระดับมืออาชีพ

นายไชยชนก กล่าวว่า ความพิเศษของหลักสูตรนี้คือต้องการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมของผู้ใช้งานจากการใช้ AI เป็นเพียงคู่สนทนาหรือเพื่อนแชทไปสู่การใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มผลผลิต และผู้ที่เรียนจบตามเกณฑ์จะได้รับใบรับรอง (Verified License) ซึ่งเป็นคอร์สเรียนพิเศษที่มีเฉพาะในโครงการนี้เท่านั้น และไม่มีที่อื่นอย่างแน่นอน

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่กระทรวงดีอีต้องการผลักดันให้เข้าถึงโครงการนี้มากที่สุดคือ กลุ่มเด็กจบใหม่ (First Jobber) ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เติบโตและเรียนมาในยุคที่ระบบการศึกษายังไม่มีการบรรจุหลักสูตร AI แต่กลับต้องกระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดงานปัจจุบันที่เป็นยุค AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โครงการนี้จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเพื่อปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ สำหรับรูปแบบการจัดสรรสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบนั้น จะเป็นการเปิดให้ใช้งานฟรีโดยไม่มีการจำกัดอายุหรือข้อจำกัดด้านอื่น ๆ แก่ประชาชนทั่วไปในสัดส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันจะมีการกำหนดโควตาเฉพาะส่วนหนึ่งแยกไว้ต่างหาก เพื่อการันตีว่ากลุ่มเป้าหมายสำคัญอย่างกลุ่ม First Jobber จะสามารถเข้าถึงสิทธิ์และระบบการเรียนรู้นี้ได้อย่างทั่วถึง

สำหรับความพร้อมของระบบและการตรวจสอบกระบวนการทำงานหลังบ้าน นายไชยชนก กล่าวว่า ในส่วนของเอกชนที่เป็นคนดูหลังบ้านให้นั้น ตนต้องถามกระบวนการจากทางฝั่งข้าราชการประจำ แต่คิดว่าน่าจะเรียบร้อยแล้วเพราะกำลังจะเริ่ม Launch แล้วตั้งแต่ 26 พ.ค.69 ระบบจึงน่าจะผ่านการทดสอบ (Test) มาเป็นที่เรียบร้อย

ส่วนกรณีงบประมาณ 1,600 ล้านบาทว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า คือถ้าคำนวณแต่ละสิทธิ์โคตรจะคุ้ม โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 27 บาท ต่อเดือนต่อ User จากราคาจริงอยู่ที่ 700 กว่าบาท มันก็ส่งผลให้มันคุ้ม เพราะงั้นเนี่ย ระบบนี้มี License มีค่าเรียน แต่ว่าเดี๋ยวรอให้รายละเอียดออกมา เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองคือแนวทางการพัฒนาโมเดลภาษาไทย หรือ “Thai LLM” (Large Language Model) จะอยู่ในโครงการนี้ด้วยหรือไม่ นายไชยชนก ยอมรับตรง ๆ ว่า ขีดความสามารถและฟังก์ชันการทำงานของ Thai LLM ในปัจจุบันยังคงล้าหลังกว่าโมเดลระดับสากลอยู่มาก จึงมีแนวคิดที่จะนำ Thai LLM เข้าไปพ่วงกับโครงการนี้

“การใช้ฟรีในสิ่งแบบนี้ มันก็จะต้องมีในเรื่องของการเก็บ ตัวล็อก Chat History แต่แน่นอน เราปิดในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคล ให้ไม่มีปัญหาเรื่อง PDPA แต่เพื่อที่ว่าเราจะเอาข้อมูลจากทุกอย่าง มาประกอบ Learning ของ Thai LLM มันก็จะเป็นอีกหนึ่งส่วนที่นำไปสู่การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ของเราเองให้เร็วขึ้น ท่านได้ใช้ฟรี ก็ขอช่วยเรา Develop หน่อยเถอะ ในส่วนตรงนี้”

นอกจากนี้ ยืนยันว่าจะมีการปิดกั้นข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย และสอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลประวัติการสนทนานี้ถือเป็นเงื่อนไขที่ผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิ์ใช้ระบบฟรี ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศให้เติบโตและเท่าทันต่างประเทศได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ประเด็นถึงข้อสังเกตจากฝั่งฝ่ายค้านที่มองว่า โครงการนี้ใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยผ่านช่องทางกลไกของกองทุนดีอีฯ ที่ไม่ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

เบื้องต้นในรายละเอียดตรงนี้เนี่ย ผมขอให้เป็นทางอ่า ทางข้าราชการประจำเขาดำเนินการว่าเป็นรูปแบบไหน เพราะส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการ

”แต่ว่าในฐานะ Policy Maker ดีอีมี Policy ในเรื่องของ Digital Transformation ในเรื่อง AI Literacy ของประเทศ อยากให้มันมีความไม่เหลื่อมล้ำ เข้าถึง มันเป็นนโยบาย แล้วก็ในเชิงของการดูในงบประมาณความคุ้มค่าเนี่ย มันคุ้มค่า ผมก็ดูเท่านี้ ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในกระบวนการอื่น ๆ”