“EIC” ชี้เงินบาทแข็ง เร่งตัวแรงสุดรอบ 2 สัปดาห์  กดส่งออก–ท่องเที่ยว 

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

12 กันยายน 2568

“EIC” ชี้เงินบาทแข็ง เร่งตัวแรงสุดรอบ 2 สัปดาห์  กดส่งออก–ท่องเที่ยว 

นายยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมายิ่งเร่งตัวขึ้น เมื่อเทียบประเทศอื่นในภูมิภาค โดยดัชนีตะกร้าค่าเงินบาทใกล้เคียงในช่วงปี 2540 ที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าไทยจะเจอวิกฤต เนื่องจากระบบค่าเงินบาทมีความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ยอบรับว่าจะทำให้แเรื่องแต้มต่อเรื่องการส่งออกและท่องเที่ยวลดลง

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทช่วงเดือนที่ผ่านมีแนวโน้มแข็งค่าเร่งตัวขึ้น จากปัจจัยภายนอก เงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากประธานาธิบดีระธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการกระตุ้นการส่งออก รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยนโยบายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ ที่สำคัญคือทองเนื่องจากไทยส่งออกทองคำค่อนข้างมาก และยิ่งช่วงนี้ราคาทองปรับเพิ่มขึ้น อาจทำให้ผู้ส่งออกทองคำของไทยส่งออกไปมากขึ้น ซึ่งมีการส่งออกในสกุลเงินดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท ยิ่งกดดันเงินบาทแข็งค่าเมื่อราคาทองคำสูงขึ้น

นอกจากนี้ยังมีปัจจัย การเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital flow) ซึ่งขณะนี้มีรัฐบาลใหม่ ตลาดมองว่าแม้เป็นรัฐบาลระยะสั้น แต่มีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่น เข้ามาลงทุนไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรรัฐบาล และยังคาดการณ์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก ซึ่งจะทำให้ให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล

ทั้งนี้ SCB EIC คาดการณ์ว่า กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อยในปีอีก 1 ครั้ง และในปี 2569 อีก 1 ครั้ง

“ปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าเวียดนามมากกว่า 10% แล้ว ถือเป็นแต้มต่อที่หายไป ซึ่งธุรกิจที่กระทบมากจะเป็นธุรที่กิจมีมผลกำไรในระดับต่ำ เช่น การเกษตร สิ่งทอ“ นายยรรยง กล่าว

สำหรับการส่งออกทองคำไทยไปต่างประเทศ พบว่าช่วงปลายปี 2567 ถึงต้นปีนี้ส่งออกไปอินเดียค่อนข้างสูงมาก หลายร้อยเปอร์เซนต์ และจะค่อยๆ ลดลง ส่วนกระแสข่าวทองคำไทยส่งออกไปกัมพูชามากขึ้นนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นตัวเลขว่าเป็นไปตามนั้นจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบว่าเมื่อราคาทองคำปรับขึ้น ผู้ค้าทองคำไทยจะส่งออกทองคำมากขึ้น ทั้งนี้ มองว่าหากในอนาคตมีการซื้อขายทองคำเป็นเงินดอลลารสหรัฐแทนเงินบาทก็จะช่วยลดแรงกดดัน ซึ่งเข้าใจว่าขณะนี้สามารทำได้แล้ว แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังติดภาพการซื้อขายเป็นเงินบาท และยังเป็นการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันและทำให้ค่าเงินมีความสมดุลมากขึ้น