เอกชน ถามหา “เมกะโปรเจกต์” ดึงต่างชาติลงทุน จากนโยบาย รบ.อุ๊งอิ๊ง

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

9 กันยายน 2567

เอกชน ถามหา “เมกะโปรเจกต์” ดึงต่างชาติลงทุน จากนโยบาย รบ.อุ๊งอิ๊ง

ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ที่จะแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 12 ก.ย.67 ซึ่งเอกสารระบุถึงคำแถลงนโยบายจำนวน 14 หน้า ประกอบด้วย นโยบายระยะสั้น-เร่งด่วน นโยบายระยะกลางและระยะยาว รวม 10 นโยบาย

วันนี้ (9 ก.ย.67) นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า โจทย์สำคัญคือพรรคเพื่อไทย รู้ดีว่าต้องทำอะไร และคงจะรู้ดีตั้งแต่สมัยของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นนโยบายสานต่อ ซึ่งโจทย์ตอนนี้ชัดแล้ว เหลือเพียงการปฏิบัติ


ข่าวน่าสนใจอื่น


นายธนวรรธน์กล่าวว่า 1 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย เน้นนโยบายสำคัญคือดิจิทัลวอลเล็ต และไม่มีเรื่องอื่นเลย หากมองที่นโยบายที่เห็นด้วยและคิดว่าดี คือ นโยบายปราบปรามยาเสพติด เรื่องปัญหาสังคมเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข เรื่องหนี้ครัวเรือนจะแก้ไขอย่างไร จะแก้เฉพาะจุด เฉพาะทางอย่างไร ให้ความรู้ประชาชนอย่างไร ซึ่ง 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่แก้จะกัดกร่อนสังคมไทยระยะยาว

อีกเรื่องที่มีการเปิดเงื่อนไขในการปรับปรุงให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่จำนวนประชากรไทยที่กำลังลดลง เพราะอัตราการเสียชีวิตมากกว่าอัตราการเกิด เรื่องนี้เป็นปัญหาโครงสร้าง นอกจากนี้ นโยบายที่เห็นคือมาตรการแก้ไขระยะกลาง เช่น โครงสร้างอุตสาหกรรม โครงสร้างการส่งออก

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

นายธนวรรธน์กล่าวว่า อีกจุดเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็วคือ ดิจิทัลวอลเล็ต ที่คาดว่าจะแจกเงินได้ตามกรอบที่วางไว้ สำหรับอีกจุดคือการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาให้ความชัดเจนว่านโยบายทางการเมืองที่ขึ้น 400 บาทแน่นอน แต่เริ่มให้กับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีแรงงานมากกว่า 200 คน และมีสิทธิประโยชน์ เช่น ให้นายจ้างลดส่งประกันสังคม 1% มาตรการทางภาษี ฯลฯ

ถ้าสามารถคุยกันได้ ไม่ใช่เฉพาะคุยกับธุรกิจไทย ต้องคุยกับธุรกิจต่างชาติด้วย เพราะต่างชาติต้องเข้าใจว่าแนวนโยบายไทยทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง หรือมีการหาเสียงจะใช้นโยบายเหล่านี้เป็นตัวตั้ง ดังนั้น เรื่องแบบนี้อาจเป็นเรื่องที่ผูกพันธ์กับการส่งเสริมการลงทุน“นายธนวรรธน์กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่มีนโยบายเมกะโปรเจกต์ที่จะเป็นตัวดึงดูดสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ หากย้อนไปที่ 8 วิสัยทัศน์ ที่อดีตนายกเศรษฐาฯ วางไว้ เมื่อถึงจุดหนึ่งรัฐบาลต้องหาช่องทางสร้างเมกะโปรเจ็กต์ในการดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าไทย ทำให้ไทยโดดเด่นเหมือนประเทศอินโดนีเซีย หรือเวียดนาม