เพื่อนบ้านไล่แซงไทย “เอกชน” ชี้ท่องเที่ยวทรุด ร้อง รมว.ใหม่เร่ง “ปลุกชีพ”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
11 มีนาคม 2569

วันนี้ (11 มี.ค.69) นายสรเทพ โรจน์พจนารัช สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิติมศักดิ์ สมารมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็ก (ประเทศไทย) ฝากรัฐบาลใหม่ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อีกทั้งรัฐมนตรีท่องเที่ยวท่านใหม่ เรื่องภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักสำคัญตัวหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย
แต่ในช่วงหาเสียงไม่เห็นพรรคการเมืองไหนทำนโยบายออกมาแบบจับต้องได้ และเห็นวิธีการหาเงินเข้าประเทศอย่างชัดเจน และเป็นการยกเครื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบบบูรณาการ มีแต่แค่บอกว่าจะเข้ามาหยอดน้ำมันให้เครื่องจักรเดิมหมุนไปต่อได้ ซึ่งก็จะสามารถใช้ได้ไม่นาน
ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีจำนวนแรงงานอยู่ในระบบทั้งหมด 3.9 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก ที่สำคัญยังทำรายได้เข้าประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาถึง 1.17 ล้านล้านบาท ขอฝากเป็นการบ้านสำหรับนายกรัฐมนตรีอนุทินฯ ที่จะเข้ามาดูแลประเทศควรจะสะสางวางโครงสร้างกระทรวงที่จะดูแลเครื่องยนต์สำคัญตัวนี้ให้กับประเทศไทย
โดยการยุบกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวแทนกระทรวงกีฬา เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรม มีหน้าที่และเป้าหมายวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกันคล้ายกันมากโดยไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน ส่วนกระทรวงกีฬาควรจะเปลี่ยนเป็นกรมการการกีฬา อยู่ภายใต้การบริหารของกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแทน
ซึ่งจะทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปได้ง่ายขึ้น เพราะจะเป็นการรวบอำนาจขอบเขตอำนาจของกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามารวมอยู่ในกระทรวงการท่องเที่ยว และยังบริหารการกีฬา ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย
“เรามีคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เป็นหน่วยงานระดับนโยบายสูงสุดตามพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ มีหน้าที่กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”
แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีไม่เคยเข้าไปนั่งเป็นหัวโต๊ะแต่ให้รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปดำเนินการ ซึ่งจริงๆในสภาวะการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ตกต่ำลงขนาดนี้ จนประเทศเพื่อนบ้านได้แซงหมด นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ที่จะเข้ามาควรจะเปิดโต๊ะและนั่งเป็นประธานเรียกระดมหน่วยงานกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมดเข้ามานั่งประชุม เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแบบบูรณาการ และยั่งยืน
“มิเช่นนั้นการท่องเที่ยวของบ้านเราเครื่องยนต์ก็จะติดติดดับดับแบบนี้ไปอีกนาน”