ธุรกิจร้านอาหาร วอน “รัฐ” ปลดล็อกขาย “น้ำเมา”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
27 กันยายน 2568

วันนี้ (27 ก.ย.68) นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และ ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 ก.ย.68 ได้เข้าพบ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อพูดคุยรายละเอียดและขอให้รัฐบาลนายกฯ อนุทิน ออกมาตราการช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหารให้ครบทั่วถึง เพราะนโยบายคนละครึ่ง ร้านอาหารที่เป็น SMEs นิติบุคคลไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยว
“ภาคธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะร้านอาหารรายย่อยที่อยู่ในระบบเป็นนิติบุคคลและเสียภาษีมาโดยตลอด กลับไม่สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ จึงอยากให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เร่งพิจารณาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม และนำเสนอนายกฯ อนุทิน เช่น การใช้มาตรการภาษี ซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณจากรัฐ”

นอกจากนี้ ได้ชูข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อช่วยเหลือ SMEs และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม ประกอบด้วย
1.เร่งเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้า แม่ขาย และธุรกิจระดับรากหญ้า รวมถึงร้านอาหาร SMEs ที่อยู่ในระบบภาษี นิติบุคคล ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเริ่มใช้ ตุลาคมนี้
2.ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารที่เป็นนิติบุคคล SMEs ขนาดเล็กที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาทให้สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ รวมถึงเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ให้บุคคลธรรมดาสามารถใช้ใบกำกับภาษีจากร้านอาหาร SMEs ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ในปี 2570 วงเงินไม่เกิน 20,000 บาท
อีกทั้งให้นิติบุคคลสามารถใช้ค่าใช้จ่ายจากงานเลี้ยง สัมมนา หรือรับรองในร้านอาหาร SMEs ไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคร้านอาหารปลายปีนี้

3.ออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ดอกเบี้ยไม่เกิน 2.5% พร้อมให้ บสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) ค้ำประกัน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับ SMEs ร่วมถึงสินเชื่อรายย่อยให้กับพ่อค้าแม่ขายรายเล็กๆที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องกระแสเงินสดหมดจากสภาพเศรษฐกิจที่บอบช้ำมานานตั้งแต่โควิดจนถึงปัจจุบัน
4.แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปี 2568 และระยะยาวในปี 2569 โดยมีการทำโปรโมชั่น กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกที่จะมาประเทศไทยในปลายปีนี่และต้นปีหน้าและเน้นสร้างความมั่นใจภาพลักษณ์เรื่องความปลอดภัย ที่สำคัญให้เร่งดูแลเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นเพราะมีผลกับการตัดสินใจมาเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย
และสร้างเครือข่ายการเดินทางเชื่อมโยงเมืองรองแบบบูรณาการ เช่นนำรถไฟเก่า KEHA ที่ทางประเทศญี่ปุ่นให้มา 22 ขบวนนำมาปรับปรุงใหม่และวางระบบรางเป็นวงกลมวิ่ง เชื่อม 6 จังหวัด ภาคเหนือ 12 จังหวัดภาคอีสานและ ภาคอื่นๆด้วยเป็นต้น เพราะปัญหาในการเดินทางถึงเมืองรองสำหรับนักท่องเที่ยวยังไม่สพดวกเท่าที่ควร
นอกจากนี้ อยากให้จัดทำแคมเปญสำหรับดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กระจายไปเมืองรอง เช่น “บินฟรีเมืองรอง” โดยให้สิทธิบินภายในประเทศฟรี 1 เที่ยวขาไป เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยสายการบินไทยและต่อเครื่องบินของการบินไทยหรือในเครือหรือกลุ่มสายการบินพาร์เนอร์

5.ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเรียกร้องให้ รัฐมนตรีท่านใหม่ กระทรวงพาณิชย์เร่งควบคุมราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ราคาหน้าฟาร์มตกต่ำ แต่ราคาขายปลีกกลับสูงผิดปกติ
6.ควบคุมราคาพลังงานช่วงไตรมาสสุดท้ายเสนอให้กระทรวงพลังงานดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการควบคุมราคาค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและต้นทุนของภาคธุรกิจ
7.ปลดล็อก คำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ห้ามขายแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00.น. สำหรับร้านอาหาร ทั้งนี้ โดยขอให้เข้าใจและเห็นใจ เหตุผลที่เสนอไปว่าเป็นกฎหมายที่ล้าหลังไม่เข้ากับยุคสมัยโดยเฉพาะเป็นคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 53 ปี และบริบททางสังคมเปลี่ยนไปอย่างมากในปัจจุบัน
ที่สำคัญปรับเปลี่ยนให้สอดรับประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่คุ้นชินกับการกินดื่มช่วงบ่ายในระหว่างพักผ่อนในประเทศนั้นๆ และบริบทอันนี้ไม่สามารถนำไปใช้กับคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร 14.00 น.- 17.00 น.
นายสรเทพ กล่าวว่า การแก้กฎหมายดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านอาหารได้มากขึ้น ก่อนหน้านี้ติดข้อกฎหมายของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วงเวลา 11.00 – 14.00 และช่วงเวลา 17.00-24.00 น. เท่านั้น ซึ่งทำให้มีช่วงฟันหลอในช่วงหลังเวลา 14.01-16.59 น. ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติที่จะออกมากินข้าว ดื่มเบียร์ ในเวลานี้
ซึ่งในช่วงเวลา 14.00-17.00 เป็นช่วงที่ร้านอาหารค่อนข้างจะเงียบเหงาและไม่สามารถทำรายได้ได้ และยังสร้างความมึนงง และไม่เป็นมาตรฐานสากลในกับนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก หากมีการช่วยปลดล็อกกฎหมายฉบับนี้และทำให้มีผลบังคับใช้ได้โดยเร็วจะส่งผลดีและยอดขายต่อผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการส่งเสริมคาเฟ่เบียร์คราฟต์ให้เติบโตขึ้นด้วย
“นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลต้องแสดงความกล้าหาญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ภายใน 4 เดือน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ SMEs ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจไทย”