ราคาทองคำวันนี้ 21 ม.ค. 2569 เวลา 16.40 น. (ครั้งที่ 45) ราคาทองปิดตลาดปรับเพิ่มลดลง 150 บาท โดยทั้งวันตั้งแต่เปิดตลาด เวลา 09.03 น. (ครั้งที่ 1) ปรับราคาขึ้น 1,050 บาท กระทั่งปิดตลาดราคายังคงบวกอยู่ที่ 1,950 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณ มีราคาดังนี้

ราคาทองคำแท่ง
- รับซื้อ 71,450.00 บาท
- ขายออก 71,550.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- รับซื้อ 70,024.04 บาท
- ขายออก 72,350.00 บาท
สำหรับราคาทองรูปพรรณ วันนี้ 21 ม.ค. 2569 รวมบวกค่ากำเหน็จเฉลี่ย 800 บาท มีรายละเอียดดังนี้
- ทองครึ่งสลึง ราคา 8,944 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 9,744 บาท
- ทอง 1 สลึง ราคา 17,888 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 18,688 บาท
- ทอง 2 สลึง/50 สตางค์ ราคา 35,775 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 36,575 บาท
- ทอง 1 บาท ราคา 71,550 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 72,350 บาท
- ทอง 2 บาท ราคา 143,100 บาท ค่ากำเหน็จ 1,600 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 144,700 บาท
- ทอง 5 บาท ราคา 357,750 บาท ค่ากำเหน็จ 4,000 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 361,750 บาท
บริษัท วายแอลจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (วายแอลจี) เปิดเผยว่า ราคาทองคําวันนี้ยังเคลื่อนไหวเหนือระดับ 4,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยตลาดยังกังวลกรณีความตึงเครียดเรื่องกรีนแลนด์ หลัง ปธน.ทรัมป์ ยืนยัน เดินหน้าแผนเข้าครอบครอง พร้อมขู่ขึ้นนภาษีนําเข้ายุโรป หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ซึ้งยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ด้านการค้าโลกและหนุนบทบาททองคําในฐานะสินทรัพย์หลบภัย นอกจากนี้การเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นยังสะท้อนความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังประเทศเศรษฐกิจหลัก กระตุ้นกระแส “debasement trade” และการลดสัดส่วนการถือครองสกุลเงินหลัก ด้านมุมมองระยะถัดไป
นักวิเคราะห์ที่สํารวจโดย สมาคมตลาดทองคําแท่งลอนดอน คาดว่าราคาทองคํามีโอกาสทะลุ 5,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้ จากอัตราดอกเบี้ยแท้จริงของสหรัฐที่มีแนวโน้มลดลง การผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด และการกระจายทุนสํารองของธนาคารกลาง ขณะที่ Standard Bank ประเมินว่าราคาทองอาจขยับขึ้นได้ถึง 7,150 ดอลลาร์ ส่วน Goldman Sachs ยำาว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่มีความเชื่อมั่นสูงสุด โดยมองเป้าหมายสิ้นปีที่ 4,900 ดอลลาร์
ขณะที่ MKS PAMP ระบุว่ารอบนี้ยังไม่ใช่ภาวะฟองสบู่ และคาดว่าราคาทองอาจแตะ 5,400 ดอลลาร์ในปีนี้อย่าไรก็ดี ประเด็นเพิ่มเติมที่ตลาดจับตา คือ ศาลฎีกาสหรัฐเตรียมพิจารณาในคืนนี้ว่า ปธน.ทรัมป์ มีอํานาจปลด ลาซ่า คุก กรรมการเฟด ระหว่างที่คดีข้อกล่าวหาด้านสินเชือซึงยังอยู่ระหว่างการพิจารณาหรือไม่
โดยผลการตัดสินอาจกระทบต่อความเป็นอิสระของเฟดเพิ่มความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ และเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างต่อราคาทองคําในระยะถัดไป
