นายกฯ สั่ง เพิ่มเงินทดรองราชการ 100 ล้านบาท ให้ผู้ว่าฯ เร่งเบิกจ่ายทันสถานการณ์
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
27 พฤศจิกายน 2568

วันนี้ (27 พ.ย. 68) ณ กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือ เรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการและภาคธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการช่วยเหลือ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ และประชาชนประสบอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทั้งนี้ได้มีที่ประชุมได้ตั้งกรอบการให้การช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู พร้อมจัดสรรกรอบงบประมาณ เชื่อมโยงเครือข่ายทรัพยากร และการสื่อสารให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยการดำเนินการอยู่ภายใต้ สถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการยกเว้นระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน โดยวันนี้เน้นเรื่องการเยียวยาและความช่วยเหลือ
ขณะที่ทางด้านเศรษฐกิจให้แก่บุคคลและนิติบุคคลที่เดือดร้อน มีทั้งมาตรการช่วยเหลือมีทั้งทางด้านการเงิน การลดหย่อนภาษี การพักชำระหนี้ การให้สินเชื่อที่ไม่มีดอกเบี้ยเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนและฟื้นฟูร้านค้ามีการบูรณาการความร่วมมือจากหลายกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และสำนักนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกันได้มีการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้เร่งจ่ายค่าประกันภัยความเสียหาย โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านรับผิดชอบในเขตจังหวัดที่เกิดน้ำท่วม และมอบหมายให้ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า นายกฯ ได้มอบนโยบายให้เร่งความช่วยเหลือเงินไปถึงพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุด โดยในส่วน กระทรวงการคลัง ทางกรมบัญชีกลางได้ ขยายวงเงินทดลองราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ประสบภัยน้ำท่วม เพิ่ จาก 50 ล้าน เพิ่ทเป็น 100 ล้านบาท เพื่อใช้ดูแลประชาชนได้ทันที และให้กรมบัญชีกลาง ปลดล็อกจัดซื้อจัดจ้าง ออกหนังสือชี้แจงแนวปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการเบิกจ่ายเงิน นอกจากนี้ ให้ สำนักงาน คปภ. เร่งรัดการจ่ายเคลมประกัน เช่น รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายที่สุด
“เงินจะลงเบิกจ่ายทันที โดยไม่ต้องรวบรวมเอกสาร ทุกอย่างจะพร้อมเมื่อน้ำลด โดยใช้การถ่ายรูปในระบบเป็นหลัก” นายเอกนิติ ระบุ
นอกจากนี้ สถาบันการเงินของรัฐและสมาคมธนาคารไทยเร่งออกแพ็กเกจ พักหนี้ พักดอก ทันทีสำหรับครัวเรือนที่เดือดร้อน รวมถึงสินเชื่อฟื้นฟูไว้สำหรับการฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเฉพาะ การอำนวยความสะดวกการ เข้าถึงสินเชื่อเดิม ลูกหนี้ของธนาคารรัฐและเอกชนที่มีวงเงินกู้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เบิกใช้ สามารถเบิกเงินเพิ่มเติมได้ทันทีโดยอัตโนมัติ ตลอดจนเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท นายกฯ กำชับว่าเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท ต้องถึงมือผู้ประสบภัยทันที
นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้ให้กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานดูแลที่ราชพัสดุ ให้จัดเตรียมพื้นที่และอาคารราชพัสดุเป็น ศูนย์พักพิง เพื่อรองรับคนที่ไม่สามารถกลับเข้าที่พักได้ ซึ่งขณะนี้มีเตรียมพร้อมไว้แล้วเบื้องต้น 5-6 แห่ง ส่วนการดูแลต้นทุนสินค้า กระทรวงพาณิชย์จะดูแลเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องมีต้นทุนที่ถูก และไปถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า ขณะที่มาตรการด้านแรงงานได้เตรียมเยียวยาสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 10,000 แห่ง และลูกจ้างประมาณ 200,000 ราย ผู้ประกันตนที่ไม่สามารถไปทำงานได้เนื่องจากภัยธรรมชาติ ซึ่งใช้งบประมาณจากกองทุนประกันสังคม โดยจะจ่ายเงินให้ 50% ของค่าจ้างรายวัน ในช่วงเวลาไม่เกิน 6 เดือน
ทั้งนี้ผู้ประกันตนสามารถประสานงานกับประกันสังคมจังหวัด หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มผ่านเว็บไซต์ของกรมประกันสังคมเพื่อดำเนินการได้ทันที ส่วนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย
นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า งบประมาณสำหรับเยียวยา 9,000 บาท คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติแล้ว โดยวันนี้นายกฯ ได้ได้สั่งการให้พร้อมจ่ายทันที และได้สั่งการให้เตรียมงบประมาณสำหรับขั้นตอนฟื้นฟูหลังน้ำลดให้พร้อม
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่า ศูนย์เฉพาะกิจปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (สปกช.) จะรวบรวมข้อมูลจาก 4 กระทรวงหลัก (การคลัง พาณิชย์ แรงงาน และ DE) และจะมีการแถลงข้อมูลอย่างเป็นทางการทุกวัน ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในข้อมูลที่แถลงจาก สปกช. เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน ขณะเดียวกันได้เตรียมเชิญกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์