นายกฯ ถก ล้างบางคอร์รัปชัน ดึง AI-บิ๊กดาต้าสแกนโกง

ทุบวงจรคอร์รัปชัน! “อนุทิน” รับลูกเอกชน 6 ข้อ เขย่าระบบราชการไทย เดินหน้า Open Government สั่งสั่งทุกหน่วยงานโชว์ข้อมูลสาธารณะ ดึง AI-บิ๊กดาต้าสแกนโกง

วันนี้ ( 20 พ.ค. 69) เวลา 09.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ – เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

โดยนายกรัฐมนตรีตอบรับข้อเสนอขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตจากคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเครือข่าย 6 ประการ พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปทบทวนและปรับปรุงกลไกการทำงานภายใน โดยเฉพาะเปิดเผยข้อมูล (open data)  การบูรณาการข้อมูล รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการต่อต้านการทุจริต นายกรัฐมนตรียังได้ ชื่นชมภาคเอกชนที่ได้จัดทำข้อเสนอแนะอย่างตรงไป-ตรงมา

สำหรับข้อเสนอทั้ง 6 ประการ ประกอบด้วย

1. การปลูกฝังจิตสำนึกการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน

2. นโยบายต่อต้านการทุจริต โดยให้หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคธุรกิจ มีนโยบาย มาตรการ และระบบกำกับดูแลภายในที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารทรัพยากรบุคคล การออกใบอนุญาต การตรวจสอบ และการประเมินผล

3. ระบบบริหารความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน การป้องกันตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ระบุได้

4. การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ที่เข้าถึงได้ ตรวจสอบได้ และนำไปวิเคราะห์ต่อได้ ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างของข้อมูล ลดดุลพินิจ และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการลดคอร์รัปชันเชิงระบบ

5. เทคโนโลยี Big Data และ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหลายหน่วยงาน และสนับสนุนการตรวจสอบแบบ real-time

6. แนวทางการร้องเรียนและคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าขับเคลื่อนกลไก “Open Government” ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับการตรวจสอบและการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภาคเอกชนได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่เปิดพื้นที่ให้ภาครัฐและภาคเอกชนได้หารือร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งชื่นชมการตอบสนองที่รวดเร็วหลังได้รับรายงานข้อร้องเรียน โดยสามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถือเป็นระดับความรวดเร็วที่ภาคเอกชนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีเจตนารมณ์ในการสะท้อนข้อมูลจากผู้ประกอบการ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การพัฒนากลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีแผนงาน ผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่สามารถติดตามผลได้อย่างชัดเจน

น.ส.รัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกภาคส่วนต่างยืนยันความพร้อมในการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับระบบกฎเกณฑ์และธรรมาภิบาลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุม มอบให้ทุกหน่วยงานยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ดังนี้

1. ให้ทุกหน่วยงานไปตรวจสอบการทำงานในทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด

2. ให้นำเทคโนโลยี นวัตกรรมที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สำหรับงานที่ต้องให้บริการพี่น้องประชาชนให้ลดขั้นตอนให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด และที่สำคัญต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้

3. ให้ทุกหน่วยงานเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานแก่สาธารณะ และเร่งสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าหน่วยงานของท่านปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชัน