โรงงานเปิดใหม่น้อยลง พบ ธ.ค. 68 เดือนเดียว ธุรกิจเจ๊งเพิ่มขึ้นในรอบ 2 ปี

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

31 มกราคม 2569

โรงงานเปิดใหม่น้อยลง พบ ธ.ค. 68 เดือนเดียว ธุรกิจเจ๊งเพิ่มขึ้นในรอบ 2 ปี

วันนี้ (31 ม.ค.69) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ในเดือน ธ.ค. 68 จำนวน โรงงานปิดตัวกลับมาสูงกว่าโรงงานเปิดใหม่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ส่งสัญญาณชัดเจนถึงแรงกดดันที่กำลังถาโถมภาคการผลิตของไทย ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันที่รุนแรง และปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง

โดยในเดือนธันวาคม 2568 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ลดลงจาก 89.1 ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เหลือ 88.2 สะท้อนมุมมองเชิงลบของผู้ประกอบการต่อทิศทางเศรษฐกิจ โดยระดับที่ต่ำกว่า 100 ยังบ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมอยู่ในภาวะซบเซา นอกจากนี้ พบว่า 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จำนวนโรงงานปิดตัวมกขึ้น เดือน ต.ค. ปิดตัวอยู่ที่ 79 แห่ง เปิดใหม่ 111 แห่ง เดือน พ.ย. ปิดตัว 74 แห่ง เปิดใหม่ 82 แห่ง และเดือน ธ.ค. ปิดตัว 66 แห่ง มากกว่าเปิดใหม่ที่ 55 แห่ง

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมทั้งปี 2568 โรงงานเปิดใหม่ยังมีจำนวนมากกว่าปิดตัว แต่จำนวนโรงงานเปิดใหม่ลดลงถึง 42% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ ส่วนต่างระหว่างโรงงานเปิด–ปิดสุทธิ เหลือเพียง 434 แห่ง ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญสะท้อนว่าแรงส่งการลงทุนภาคการผลิตเริ่มอ่อนแรงลงต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบ

  • ปี 2566 โรงงานเปิดใหม่ 2,190 แห่ง ปิดตัว 1,811 แห่ง
  • ปี 2567 เปิดใหม่ 2,112 แห่ง ปิดตัว 1,234 แห่ง
  • ปี 2568 เปิดใหม่ลดเหลือ 1,220 แห่ง ขณะที่ปิดตัวเพิ่มเป็น 786 แห่ง

ข้อมูลเชิงลึกชี้ว่า โรงงานที่เปิดใหม่ในปี 2568 ใช้เงินลงทุนเฉลี่ยต่อแห่งราว 133 ล้านบาท สูงกว่าโรงงานที่ปิดตัวซึ่งเฉลี่ยเพียง 49 ล้านบาท ด้านการจ้างงาน โรงงานเปิดใหม่สร้างการจ้างงานรวมประมาณ 39,046 คน ขณะที่โรงงานที่ปิดตัวส่งผลให้มีการเลิกจ้างรวม 22,993 คน

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบสูง เปิดใหม่มากที่สุด 3 อันดับแรก 1.ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม 2.สาธารณูปโภค และ 3.เหล็กและโลหะ ปิดตัวมากที่สุด 3 อันดับแรก อยู่ในธุรกิจเหมืองแร่ ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และอโลหะ ซึ่งโรงงานที่ปิดตัวไปเริ่มเป็นไซส์ใหญ่มากขึ้น สะท้อนจาก ทุนจดทะเบียนเฉลี่ยต่อโรงงานในปี 2568 อยู่ที่ 49 ล้านบาท/โรงงาน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่อยู่ที่ 39 ล้านบาท/โรงงาน

    KResearch ระบุว่า แนวโน้มโรงงานปิดตัวเพิ่มขึ้นมีปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1.ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้ออ่อนแรง ทั้งในและต่างประเทศ 2.สงครามการค้า–ค่าเงินบาทผันผวน กระทบต้นทุนและความสามารถแข่งขัน และ 3.การแข่งขันจากสินค้านำเข้า โดยเฉพาะสินค้าราคาต่ำจากต่างประเทศ

      ทั้งนี้ ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า ภาคการผลิตไทยกำลังเผชิญ “โจทย์ยาก” ทั้งในเชิงโครงสร้างและการแข่งขัน หากไม่มีมาตรการฟื้นฟูความสามารถการแข่งขัน เพิ่มผลิตภาพ และช่วยผู้ประกอบการรายกลาง–รายย่อยอย่างตรงจุด แนวโน้มโรงงานปิดตัวอาจขยายวงกว้างมากขึ้นในระยะถัดไป