วันนี้ (30 พ.ค. 69) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ว่า ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 29 พ.ค. 2569 หลังปิดลงทะเบียนโครงการเมื่อเวลา 22.00 น. พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสำเร็จ 26,040,623 คน สิทธิคงเหลือ 3,959,377 ล้านสิทธิ
ในจำนวน 26,040,623 คน โดยจากข้อมูลพบว่าเป็นกลุ่มผู้หญิง 14.6 ล้านคน คิดเป็น 56% และผู้ชาย 11.5 ล้านคน คิดเป็น 44% และเป็นกลุ่มประชาชนรายใหม่ ที่เพิ่งเข้ามาลงทะเบียนรับสิทธิสูงถึง 7,140,144 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 27% ในขณะที่ฐานผู้ใช้งานเดิมมีจำนวน 18,900,479 คน หรือคิดเป็น 73% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด
“การที่มีประชาชนรายใหม่สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 7.1 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจมาก เพราะสะท้อนให้เห็นว่านโยบายรัฐสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหน้าใหม่ๆ ที่อาจจะไม่เคยเข้าร่วมโครงการลักษณะนี้มาก่อนได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น” นายลวรณ กล่าว
สำหรับในฝั่งของผู้ประกอบการนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเช่นกัน โดยขณะนี้มียอดร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วรวมทั้งสิ้น 1,042,717 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มสูงถึง 595,139 ราย ตามมาด้วยร้านค้าทั่วไปและอื่นๆ 274,334 ราย ร้านธงฟ้า 160,702 ราย ร้าน OTOP 10,621 ราย และยังมีกลุ่มกิจการขนส่งสาธารณะต่างๆ เช่น แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ เข้าร่วมอีก 1,852 ราย
ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า หากดูสัดส่วนการกระจายตัวของร้านค้าทั่วประเทศภูมิภาคที่ร้านค้าลงทะเบียนมากสุด พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุดถึง203,407 ราย (19%) รองลงมาคือพื้นที่ กรุงเทพมหานคร มีร้านค้าเข้าร่วม 156,144 ราย (15%) และ ปริมณฑล 153,028 ราย (15%) ตามมาด้วย ภาคใต้ 145,944 ราย (14%) ภาคกลาง 135,423 ราย (13%) ภาคตะวันออก 110,195 ราย (11%) ภาคเหนือ 96,280 ราย (9%) และ ภาคตะวันตก 46,457 ราย (4%
หากจัดอันดับเป็นรายจังหวัด กรุงเทพมหานคร ยังคงรั้งอันดับ 1 พื้นที่ที่มีร้านค้าเข้าร่วมหนาแน่นที่สุด จำนวน 156,144 ราย หรือคิดเป็น 15% รองลงมาในกลุ่มท็อป 5 ได้แก่ จังหวัดชลบุรี 50,056 ราย, สมุทรปราการ 41,389 ราย, นนทบุรี 37,835 ราย และปทุมธานี 37,159 ราย ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของพ่อค้าแม่ขายทั่วประเทศที่พร้อมรับกำลังซื้อจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังปิดลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จะมีไม่การขยายสิทธิลงทะเบียนโครงการเพิ่มเติม แม้จะยังเหลือสิทธิเหลืออยู่จำนวนมากจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 30 ล้านคน เพราะนโยบายไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นเครื่องมือที่นำมาใช้เพื่อบรรเทาภาระปัญหาปากท้องของประชาชน และพยุงผู้ประกอบการรายย่อยให้อยู่รอดได้ ซึ่งมีความแตกต่างจากการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างชัดเจน หากเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจะต้องการให้คนเข้ามาลงทะเบียนให้มากที่สุดเพื่อช่วยกันใช้จ่ายเงินให้หมด แต่สำหรับมาตรการนี้คือการช่วยเหลือ รัฐบาลจึงตั้งยอดสิทธิเผื่อไว้ที่ 30 ล้าน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือจะมีโอกาสเข้าถึงสิทธิอย่างแท้จริง
