ต่างชาติแห่ลงทุนไทย ครึ่งปี 68 ทะลุแสนล้าน ญี่ปุ่นนำโด่ง
น้ำฝน อีจัน
31 กรกฎาคม 2568

(วันนี้ 31 ก.ค.68) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยข้อมูลล่าสุดว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของ ปี 2568 (มกราคม–มิถุนายน) การอนุญาตให้ ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย มีจำนวน 502 ราย เพิ่มขึ้น 117 ราย หรือ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มี 385 ราย
มูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 111,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,019 ล้านบาท หรือ 37% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 81,487 ล้านบาท
การลงทุนผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่
- การขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. ธุรกิจคนต่างด้าว 123 ราย
- การขอหนังสือรับรองตามกฎหมาย BOI/นิคมฯ หรือสนธิสัญญา 379 ราย
5 ชาติที่ลงทุนในไทยมากที่สุด
1.ญี่ปุ่น 99 ราย / 43,025 ล้านบาท
2. สหรัฐอเมริกา 72 ราย / 2,797 ล้านบาท
3. จีน 65 ราย / 18,336 ล้านบาท
4. สิงคโปร์ 63 ราย / 17,384 ล้านบาท
5. ฮ่องกง 51 ราย / 8,309 ล้านบาท
ธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนต่างชาติ ได้แก่
- การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
- บริการ Data Center
- การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล
- การรับจ้างผลิตสินค้า
- บริการวิจัยและพัฒนา
สำหรับ พื้นที่ EEC (ระยอง-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา) ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการลงทุน โดยมีนักลงทุนต่างชาติ 158 ราย หรือ 31% ของทั้งหมด เข้าลงทุนในพื้นที่นี้ คิดเป็นเงินลงทุนถึง 62,851 ล้านบาท หรือ 56% ของมูลค่าทั้งหมดในประเทศ
ในจำนวนนี้ญี่ปุ่นลงทุนมากที่สุดใน EEC ถึง 24,752 ล้านบาท ตามด้วยจีน (13,909 ล้านบาท), สิงคโปร์ (8,046 ล้านบาท) และชาติอื่นๆ
กรมฯ มองว่าแรงหนุนการลงทุนของต่างชาติจะยังคงต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในธุรกิจเทคโนโลยีและบริการสมัยใหม่ ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ