ก.ล.ต.จ่อเปิดเกณฑ์ “จำนำหุ้น” ชัดเจนภายในไตรมาส 1/68 แย้มศึกษา “บทลงโทษ”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
15 มกราคม 2568

จากกรณีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีการนำหุ้นไปจำนำและถูกบังคับขาย (Forced sell) จนส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดานเป็นจำนวนมาก
วันนี้ (15 ม.ค.68) นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายในงาน Media Briefing ก.ล.ต. พบสื่อมวลชน เดือน ม.ค.68 ว่า ก.ล.ต.เห็นกรณีมากขึ้น ซึ่งนำมาสู่การถูกบังคับขายหุ้น ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น และคนที่เสียหายอาจจะเป็นผู้ที่เข้าไปลงทุน
ก.ล.ต.มองว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ ขณะนี้กำลังพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายให้มีการเปิดเผยข้อมูล เพื่อผู้ลงทุนจะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจในการลงทุนมากยิ่งขึ้น และอาจมีมาตรการเสริมเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนของแนวทางออกมาได้ภายในช่วงไตรมาส 1/68

อย่างไรก็ตาม ความยากของการดำเนินการนั้นคือ ก.ล.ต.จะใช้ข้อกฎหมายใดในการใดจะกำหนดกฎเกณฑ์เหล่านี้ และลักษณะธุรกรรมขนาดใดที่เหมาะสม และต้องคำนึงถึงกฎหมายอื่นๆ ประกอบด้วย
“จากเดิมเข้าใจว่าภานในเดือนธ.ค.67 น่าจะพอเห็นช่องทาง แต่จากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่าสุดพบว่ายังมีช่องทางอื่นๆ ที่จะต้องพิจารณาประกอบกันด้วย เพราะความยากคือเมื่อทุกคนลงทุนในหุ้น และการให้ทุกคนต้องรายงานการจำนำหุ้นคงไม่ได้”นายเอนกกล่าว
สำหรับความยากต้องพิจาณาคือความเหมาะสมของเกณฑ์ดังกล่าว เช่น สัดส่วนธุรกรรมขนาดไหนถึงควรจะรายงาน ความถี่ของการรายงานอยู่ตรงไหน และผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นควรจะเป็นผู้รายงาน ซึ่งการดำเนินงานต้องไม่เป็นภาระจนเกินสมควร

นายเอนกกล่าวว่า บทลงโทษของการไม่รายงานเรื่องการจำนำหุ้น เบื้องต้นตามกฎหมายจะมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก ซึ่งขณะนี้ต้องดูว่าจะใช้ข้อกฎหมายใดเป็นตัวกำหนด โดยปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต.กำลังศึกษากันอยู่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปกันในเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตาม มองว่าการจำนำหุ้นเป็นกรณีที่น่าห่วง เพราะความยากคือจำนำหุ้นไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย โดยกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.จะเข้าไปตรวจสอบอะไร และต้องใช้อำนาจเข้าตรวจสอบ กฎหมายระบุชัดเจนว่าต้องเป็นการตรวจสอบกรณีที่เกิดการกระความทำผิดตาม พรบ.หลักทรัพย์ เท่านั้นถึงจะดำเนินการได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
“จริงๆ เกณฑ์ดังกล่าวเราอยากออกเต็มที่ แต่หากออกมาแล้วอาจกระทบกับคนส่วนใหญ่เราก็ต้องรอบคอบ และเรื่องนี้ก็ถือเป็นปัจจัยที่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ล.ต.ให้ความสำคัญและต้องเร่งขับเคลื่อน” นายเอนก กล่าว