ทองโลก -130 เหรียญฯ นักเทรดหนีถือดอลลาร์ ผวาสงครามยืดเยื้อ
ต้นกุมภาฯ อีจัน
2 เมษายน 2569

วันนี้ (2 เม.ย.69) บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยว่าสัญญาทองคำตลาดโลกปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ (1 เม.ย.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่ 4 โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านใกล้จะยุติลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันร่วงลง ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 84.0 เหรียญ หรือ 1.8% มาอยู่ที่ระดับ 4,758.0 เหรียญ ก่อนที่เช้านี้ราคาจะร่วงลงกว่า 100 เหรียญ ไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,650 เหรียญ หลังโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวคำปราศรัยย้ำแผนจัดการอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -0.26 เหรียญ หรือ -0.34% มาอยู่ที่ระดับ 75.11 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 72.90 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.71 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,050.99 ตัน ภาพรวมเดือนเมษายนซื้อเข้า 4.85 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 21.01 ตัน
นักวิเคราะห์จาก RJO Futures คาดการณ์ว่า ราคาทองคำมีโอกาสกลับขึ้นเหนือ 5,000 เหรียญ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางลดระดับลง ซึ่งจะช่วยหนุนความคาดหวังการลดดอกเบี้ย
ด้านนักวิเคราะห์จาก IG Group มองว่าการสิ้นสุดของสงครามมีผลสองด้านต่อทองคำ โดยแม้แรงซื้อ Safe Haven จะลดลง แต่ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวและเงินเฟ้อที่ลดลง อาจช่วยหนุนโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งเป็นบวกต่อทองคำในระยะถัดไป
วันนี้ (2 เม.ย.) เวลา 08.00 น. ตามเวลาไทย โดนัลด์ ทรัมป์แถลงย้ำว่าสหรัฐฯ กำลังได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ และสงครามมีโอกาสยุติภายใน 2–3 สัปดาห์ สะท้อนความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ใกล้เข้าสู่ช่วงท้าย
อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่ม “ตีความใหม่” สงครามอาจไม่จบง่าย – ความเสี่ยงเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง หลังสุนทรพจน์ของโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นตัวเร่งให้ตลาดผันผวนหนัก โดยแม้จะย้ำว่าสงคราม “ใกล้จบ” แต่การส่งสัญญาณเดินหน้าโจมตีต่อ กลับทำให้นักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์อาจ “ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น” มากกว่าที่คาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่ง ขณะที่ทองคำถูกแรงขายกดดันอย่างหนักจากดอลลาร์ที่แข็งค่า
โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญต่อประชาชนสหรัฐฯ โดยย้ำว่าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน “ใกล้เสร็จสิ้น” และสหรัฐฯ กำลังอยู่ในจุดได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพหลักของอิหร่านไปเกือบทั้งหมด ทั้งโครงสร้างทางทหาร ระบบขีปนาวุธ และโครงการนิวเคลียร์
ทรัมป์ระบุชัดว่าปฏิบัติการจะยังเดินหน้าต่อ “อีกไม่กี่สัปดาห์” โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ปิดเกมให้สมบูรณ์” และไม่เปิดโอกาสให้อิหร่านกลับมาเป็นภัยคุกคามอีกในอนาคต พร้อมทั้งเน้นว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการป้องกันภัยระยะยาว และเป็น “การลงทุนเพื่อความปลอดภัยของคนรุ่นต่อไป”
แม้จะมีสัญญาณเรื่องการเจรจาหยุดยิง แต่ทรัมป์ยังคงท่าทีแข็งกร้าว โดยระบุว่าจะไม่หยุดปฏิบัติการจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมด รวมถึงเรียกร้องให้ประเทศอื่นเข้ามามีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพของเส้นทางพลังงานโลก เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาสุนทรพจน์สะท้อน “ความขัดแย้งในตัวเอง” ระหว่างการบอกว่าสงครามใกล้จบ แต่ยังเตรียมยกระดับการโจมตีเพิ่มเติม ขณะที่รายละเอียดเชิงกลยุทธ์และทางออกหลังสงครามยังไม่ชัดเจน